ะเขารู้ว่าจะมียอดฝีมือจากสำนักสักเท่าไหร่ที่ติดตามเขามา
ต่อให้เขามีทักษะการขุดดินขั้นสูงสุดอยู่ เขาสามารถโจมตีสวนกลับคนพวกนั้นได้แต่นั่นก็ต้องเป็นศัตรูที่ป้องกันอย่างเดียวเท่านั้น หากคนพวกนั้นต้องการจะสู้กับเขาจนถึงตายล่ะก็….เขาเองคงไม่อาจจะชนะได้โดยการโจมตีเพียงครั้งเดียวแบบนี้
และนี่เป็นสาเหตุที่เขาเปลี่ยนเป็นการกลับอาณานิคมเขาหมางในทันที
ในทันทีที่เฉินเฉียงและชายสวมหน้ากากจากไปแล้ว ร่างร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏตรงจุดเกิดเหตุ
“โฮ่ ดูเหมือนว่าจะปิดกำไลสื่อสารไปแล้วสินะ สงสัยจะรู้เรื่องเครื่องติดตามเข้าแล้วแหะ รู้ได้ยังไงกันน้า….หึหึหึ”
ผอ.ได้หัวเราะตัวโยนเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาเบาๆ “น่าสนใจจริงๆ ถึงกลับทำลายเกราะพลังสายเลือดของเฒ่าหลู่ได้ ดูเหมือนว่าคงไม่ต้องห่วงความปลอดภัยแล้วล่ะนะ”
เพียงชั่วพริบตา ผอ.เฉียนก็ได้หายไปจากตรงนั้น ราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน
ชายสวมหน้ากากคนนี้คือหลู่คังเฟิงแห่งแผนกบ่มเพาะ แต่ด้วยการที่ว่าเขานั้นรังเกียจตัวที่เองที่ต้องมาทำแบบนี้จึงได้เปลี่ยนเสียงและท่าทางเพื่อไม่ให้เฉินเฉียงจับได้ว่าเป็นใคร
ด้วยทักษะของเขานั้นแน่นอนว่าย่อมเพียงพอต่อการจับตัวเฉินเฉียง พูดตามตรง ในครั้งนี้เขาเองก็สมควรจะได้แก่นโลหิตไปแล้ว
แต่เพราะด้วยความหยิ่งผยองของตนเองจึงทำให้เขานั้นพลาดที่จะได้มันมา ยิ่งไปกว่านั้นยังเสียหน้าต่อศิษย์ในสำนักอีกด้วย
หากว่าเฉินเฉียงตั้งใจที่จะเล็งร่างกาย