นะ”
เฉินเฉียงแม้จะใจเต้นแรงและไม่กล้าที่จะถาม แต่เขาก็ยังฝืนใจถามออกมา
“ไม่อย่างนั้นรึ อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้ว่าแก่นโลหิตสัตว์ประหลาดในมือเจ้าล้ำค่าขนาดไหน” ฮู่ต้าไฮ่พูดออกมาอย่างโกรธเคือง “หากว่ามันไม่สำคัญแล้วข้าจะลากเจ้ามาที่นี่ทำเผือกอะไรกัน”
“ให้ข้าบอกเจ้าตรงๆนะ เฉินเฉียง หากว่าข้าไม่ใช่อาจารย์ของเจ้า ข้าต้องหาทุกวิถีทางในการครอบครองแก่นโลหิตที่เจ้าได้รับมา”
“หากว่าข้านั้นได้ดูดซับแก่นโลหิตนี้เข้าไป แม้แต่ข้า….อาจารย์ของเจ้าคนนี้ ก็อาจไปได้ถึงระดับราชาเช่นเดียวกัน”
“พอฟังอย่างนี้แล้วเจ้ายังคิดว่าแก่นโลหิตที่จะถืออยู่นั่นเป็นแค่นั้นอีกรึเปล่าล่ะ”
ในฐานะที่อยู่มีการบ่มเพาะอยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นสูงแล้ว ร่างกายของฮู่ต้าไฮ่นั้นได้เปิดจุดชีพจรลับไปแล้วมากกว่าสามสิบสี่จุด เหลืออีกแค่สองจุดเท่านี้เขาก็จะเปิดได้ทั้งหมด เมื่อถึงเวลานั้นเขาเองก็จะก้าวสู่ระดับราชาได้เช่นเดียวกัน
แต่กับอีกสองจุดที่เหลือนี้ เขาใช้เวลามากว่าห้าปีแล้ว แต่จุดชีพจรลับทั้งสองยังนิ่งสนิทไม่มีท่าทีว่าจะโดนกะเทาะได้ หากเขาได้แก่นโลหิตสัตว์ประหลาดระดับราชานี้มาล่ะก็ จุดชีพจรลับทั้งสองจุดจะเปิดออกอย่างรวดเร็ว นี่จะไม่ทำให้เขาต้องหวั่นไหวได้ยังไง
แต่เมื่อฮู่ต้าไฮ่ได้เห็นศิษย์ของตนทำท่าราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง เขาก็ได้พูดออกมา “เฉินเฉียง เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมผอ.ถึงได้จัดงานประชุมในวันนี้ขึ้นมา”
เฉินเฉียงได้ส่ายหน