ี่ทำให้เธอเกิดความคิดที่ว่า ขนาดอีแค่นักรบสายเลือดระดับทหารขั้นสูงเพียงคนเดียวยังสามารถกวาดล้างกองโจรนี้ได้ แล้วเธอ ผู้ซึ่งอยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางจะไม่สามารถชนะถูหมั่นเถียนได้โดยง่ายได้อย่างไร
แต่เมื่อเธอต่อสู้กับถูหมั่นเถียนแล้วทำให้เธอได้รู้ซึ้งแล้วว่าเธอนั้นทั้งดูถูกคู่ต่อสู้และมั่นใจในตัวเองมากเกินไป
ถึงแม้ถูหมั่นเถียนจะอยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางเช่นเดียวกับเธอ แต่เขาเองก็มีประสบการณ์ในการต่อสู้ที่มากมาย รวมถึงจิตใจที่โหดร้ายและโหดเหี้ยมนี้ ในที่สุด เธอก็ไม่ใช่คู่มือของเขา
แต่เมื่อเธอมาที่นี่และแสดงความมั่นหน้าแถมยังพูดออกมาว่าจะสังหารถูหมั่นเถียนให้จงได้ หากอยู่ๆเธอหนีไปก็ออกจะน่าอายเกินไป อีกอย่างหนึ่งคือในระหว่างที่ต่อสู้กันนั้น เฉินเฉียงกลับอาศัยจังหวะนี้ แทนที่จะหนี เขากลับไปกวาดล้างโจรคนอื่นต่อ นี่ทำให้เธอรู้สึกอับอายหากต้องหนีไป
จะบอกว่าในตอนนี้เธอต่อสู้ได้ด้วยแรงใจเท่านั้นก็ว่าได้
แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากถูหมั่นเถียนเห็นว่าลูกน้องทั้งหมดโดนฆ่าจะยิ่งบ้าคลั่งและโจมตีเธออย่างดุร้ายมากยิ่งขึ้น และเว่ยฉิงเชินเห็นแล้วว่าในตอนนี้ เธอ แทบจะไม่เหลือพลังงานสายเลือดที่ใช้ป้องกันแล้ว หากเธอไม่หนีตอนนี้ เธออาจไม่มีโอกาสอีก
“ฮี่ฮี่ฮี่ คุณหนูตัวน้อย คิดจะหนีหรือจ๊ะ ช้าไปแล้ว อ้ะ แต่ไม่ต้องกังวลนะ พี่ชายคนนี้จะไม่ฆ่าคุณหนูง่ายๆหรอก”
ถูหมั่นเถียนยังคงสู้ไปและพูดก่อกวนเว่ยฉิงเชิ