ับนายพลวิญญาณของเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่เจ้านั้นกลับไม่สนใจความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ ซ้ำยังกล้าที่จะทำเรื่องโหดร้ายกับอาณานิคมของเผ่าพันธุ์เดียวกัน สิ่งที่เจ้าทำนั้นล้วนแล้วแต่เลวทราม ระยำ และต่ำช้า ในวันนี้ ข้าจะจับเจ้ากลับไปยังเขตกันหนันเพื่อรับโทษ”
น้ำเสียงของหญิงสาวดังชัดประดุจดั่งเสียงน้ำไหลในฤดูใบไม้ผลิที่กระทบเข้าซอกหิน ในขณะเดียวกัน คำพูดที่ใช้ออกมานั้นแสดงออกมาซึ่งความห้าวหาญและมั่นคง
เมื่อถูหมั่นเถียนได้ยิน เขามองไปรอบๆอย่างถี่ถ้วนประหนึ่งดั่งต้องการยืนยันอะไรบางสิ่ง “เว่ยฉิงเชิน เจ้านำคนของกันหนันมาด้วยงั้นหรือ”
“ถูหมั่นเถียน เจ้าไม่ต้องมองหาหรอก เพียงแค่ข้า ก็เพียงพอที่จะทลายรังโจรของเจ้าได้”
“โอ้”
เมื่อได้ยินคำของเว่ยฉิงเชิน ถูหมั่นเถียนได้ถอดถอนลมหายใจออกมาในทันที “หึหึหึ เว่ยฉิงเชิน ขนาดตึกจอมพลเมืองเหมันต์จันทราและตึกจอมพลแดนใต้ยังทำอะไรเขตแดนหมอกโลหิตของข้าไม่ได้เลย กับอีแค่ลูกสาวของผู้การแห่งกันหนันอย่างเจ้าเนี่ยนะจะมากล้าหาเรื่องข้าถึงที่ นี่เจ้าจะไม่โอหังเกินไปแล้วรึไงกัน”
“เจ้าผิดแล้ว”
เว่ยฉิงเชินได้ส่ายมือที่ยังคงถูกปกคลุมด้วยผ้าไหมสีขาวของตนไปมา ก่อนที่จะชี้ไปที่เฉินเฉียงที่อยู่ข้างๆ “ถูหมั่นเถียน ไอ้เขตแดนโลหิตที่เจ้ามั่นใจนักหนานั่นน่ะ ไม่ใช่ว่าเจ้าคิดว่ามันเป็นกำแพงเหล็กหรอกเหรอ จะบอกอะไรให้รู้สักหน่อยแล้วกัน ตั้งแต่ชั้นหนึ่งถึงชั้นสี่นี้เป็นพี่ชายท่านนี้เป็นคน