าและเริ่มวิ่งเข้าใส่กันและโจมตีแลกกันไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งสองปะทะกันจนการกระทบกันระหว่างดาบและหมัดได้บังเกิดแสงประกายไปทั่วบริเวณ
หลังจากปะทะกันไปได้พักหนึ่ง ในที่สุด กัวเหลียงก็ต้องถูกกดดันให้ถอยร่นออกมาหกถึงเจ็ดก้าว ส่วนวานรยักษ์ตัวนี้ยังคงยืนอยู่เฉยและมองตามอย่างตาไม่กะพริบ
“แม่..เอ๊ย พลังอะไรกันวะเนี่ย” กัวเหลียงในตอนนี้กำลังสะกดพลังสายเลือดที่กำลังพลุ่งพล่าน เขาสบถออกมาหนึ่งที่ก่อนที่จะกำดาบในมือแน่นและพุ่งเข้าใส่วานรยักษ์อีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน หลิวซวนเอ๋อและผู้ติดตามเองก็ไม่ได้อยู่เฉย หากเทียบกับกัวเหลียงที่เลือกจะปะทะกันซึ่งๆหน้าแล้ว ทั้งห้าคนอาศัยความเร็วคอยวนเวียนอยู่รอบๆและลอบโจมตีวานรยักษ์ไปเรื่อยๆ เพียงแค่ดูก็รุ้ว่าการโจมตีของพวกเขานั้นไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับวานรยักษ์สักเท่าไหร่ เอาจริงๆพวกเขาทำได้เพียงก่อกวนวานรยักษ์ตัวนี้ให้โจมตีได้ช้าลงเท่านั้น
“โฮกกกกกกกกกกก”เมื่อหลิวซวนเอ๋อและผู้ติดตามได้ยินเสียงคำรามอันคลุ้มคลั่งของวานรยักษ์ตัวนี้ก็ได้รับผลกระทบไปไม่น้อย ในตอนนี้มันเริ่มใช้มือข้างหนึ่งมาคอยปัดหลังประดุจปัดยุง และใช้มืออีกข้างหนึ่ง คอยรับมือกัวเหลียงเอาไว้
ด้วยการที่ผิวหนังของวานรเขี้ยววายุตัวนี้ทั้งหนาและแข็งอย่างมาก แม้แต่การโจมตีของกัวเหลียงเองก็ยังทำอะไรมันได้ไม่มากนัก
หลังจากดูจนพอใจแล้ว เฉินเฉียงเองก็ได้เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย เขาได้หยุดอยู่ข้างกัวเหลียงในตอ