ยได้เป็นแน่”
…
“นายพลฮั่น ท่านช่วยบอกสถานการณ์เกี่ยวกับวานรเขี้ยววายุในปัจจุบันให้พวกเรารู้ได้รึเปล่า”
บนโต๊ะอาหาร กัวเหลียงได้ถามออกมาในขณะที่กำลังกัดกินเนื้อสัตว์ประหลาด
ฮั่นเปียวที่ได้ยินก็ได้ถอนลมหายใจออกมายาวๆและแสดงท่าทีอึดอัดออกมาอย่างเห็นได้ชัด “นายท่าน เมื่อครึ่งเดือนก่อนนั้นเจ้าวานรเขี้ยววายุที่มีระดับนายพลวิญญาณขั้นต้นตัวนี้ที่ไม่รู้มาจากไหนเหมือนกันได้ปรากฏตัวขึ้นและเริ่มทำลายอาณานิคมของเรา โดยมันได้ลอบโจมตีอยู่หลายครั้ง”
นอกจากข้าแล้วก็มีเพียงนักรบสายเลือดระดับทหารเพียงสองคนเท่านั้นที่พอสู้ได้ ไม่อย่างนั้นอาณานิคมของพวกเราคงจบสิ้นไปแล้ว แต่หากพวกเราเผชิญหน้าตรงๆก็ไม่ได้ต่างไปจากการรนหาที่ตายเหมือนกัน
“และในช่วงเวลาเพียงครึ่งเดือนมานี้ ชาวอาณานิคมของข้านั้นต้องตกตายไปเกือบสี่สิบคน”
“ด้วยความแข็งแกร่งของตัวข้านั้นไม่สามารถเผชิญหน้ากับมันได้เพียงลำพัง นี่จึงเป็นเหตุที่ข้าส่งคำขอไปยังสำนักเต่าดำ”
ในทันทีที่ฮั่นเปียวพูดจบลง ไป่ชิจิ้งได้ยกมือขึ้นมาและพูดด้วยความมั่นใจ “อย่ากังวลไปนายพลฮั่น มันก็แค่ลิงภูเขาที่ดุร้ายก็เท่านั้น ในตอนนี้ท่านมีนักรบสายเลือดระดับนายพลวิญญาณถึงหกคนเลยนะ ท่านจะยังคงกังวลอะไรอีก หรือท่านคิดว่าพวกเราจะโค่นมันไม่ได้”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้ได้ ข้าไม่กังวลเรื่องนั้นแล้ว เอาล่ะ ข้าได้เตรียมไวน์กับการแสดงเต้นรำให้พวกท่านเป็นการต้อนรับไว้แล้ว เชิญรับชม”
ฮั่นเปียวใน