คนนั้นได้ก้าวข้ามไปยังระดับนายพลวิญญาณได้นั้นจำเป็นต้องเปิดจุดชีพจรได้ทั้งหมดพร้อมกับเปิดจุดชีพจรลับได้อีก นี่หมายความว่าพลังสายเลือดของคนคนนั้นย่อมเข้มข้นและรุนแรงกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย และที่สำคัญที่สุดก็คือระดับนายพลวิญญาณนั้นสามารถใช้การปลดปล่อยพลังสายเลือดออกมาได้-
-ในการต่อสู้ระหว่างระดับนายพลวิญญาณนั้น พลังสายเลือดไม่เพียงจะถือว่าเป็นไพ่ตายได้ มันยังสามารถใช้ในการอาบร่างกายให้มีพลังป้องกันเพิ่มขึ้นกว่าปกติมากกว่าระดับทหารขั้นสูงได้อย่างน้อยๆก็สองเท่า-
-เมื่อได้ยินแบบนี้แล้วเจ้าคิดว่ายังมีโอกาสชนะอีกเรอะ-
-ก่อนหน้านี้เป็นเพราะข้าคิดว่าเจ้านั้นมีถึงหกสายเลือดที่ผสมปนเปทำให้ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะพัฒนารวดเร็วขนาดนี้จึงไม่ได้อธิบายออกไป ข้าไม่คิดเลยจริงว่าเพียงการชนะศึกเล็กๆไม่กี่หนจะทำให้เจ้านั้นสติแตกออกมาแบบนี้ สติแตกจนถึงขั้นกล้าข้ามขั้นท้าประลองกับระดับนายพลวิญญาณ-
“หลังจากเจ้าแพ้ในครั้งนี้แล้วเจ้าต้องไปปิดตนอยู่ในห้องบ่มเพาะ จนกว่าเจ้าจะเปิดจุดชีพจรหลักทั้งสิบสองจุดได้ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกมาอีก”
หลังจากได้ยินคำพูดของอาจารย์ตนไปแล้ว เฉินเฉียงก็เข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมจึงกล่าวกันว่ามีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างขั้นของการบ่มเพาะอยู่ระหว่างเขากับจ้าวฮั่น
การใช้พลังสายเลือดอย่างนั้นเหรอ
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้คำท้าของเขานั้นเป็นผลไปแล้ว จะให้เขาคิดมากความไปก็เท่านั้น
ยังไงซะ จ้าวฮั่นก็ยังอย