องมองเซี่ยวไห่เจินเหรินไม่วางตา
สายตาของเขาเปล่งแสงราวคบเพลิง
ทุกการเปลี่ยนแปลงของเซี่ยวไห่เจินเหริน ไม่ว่าจะกลิ่นอายเวท พลังลมปราณ การขยายหดของม่านตา การเคลื่อนสายตา…แม้แต่กรรมแห่งเหตุและผล ก็ล้วนอยู่ภายใต้สายตาคู่นั้น
รอยยิ้มของอั้งเซียวจางลงเล็กน้อย
“สหายเต๋าผู้ใดหรือ?”
เสียงกล่าวนั้นก้องสะท้อนทั่วถ้ำเพลิง เปลวเพลิงแห่งอสรพิษกลับมาไหลเวียนอีกครา ค่อยๆ ไหลรินขึ้นร่างเซี่ยวไห่เจินเหริน!
อสรพิษเพลิงนับพันพุ่งขึ้นปกคลุมร่างเขาในพริบตา แทรกผ่านทวารทั้งเจ็ด สู่เครื่องใน ดวงจิต และจิตวิญญาณ ส่องร่างนั้นจนใสแจ๋ว ไม่มีสิ่งใดปกปิดได้อีกต่อไป
แต่…อั้งเซียวกลับไม่พบอะไรเลย
‘รู้สึกไปเองหรือ?’
ดินแดนกว้างใหญ่ยังมีเพียงเขาผู้เดียว ทำให้แววตาเขาฉายความลังเลออกมาชั่ววูบ แต่แล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจเด็ดเดี่ยว
‘เป็นไปไม่ได้!’
‘สัมผัสของข้าไม่ผิดแน่ มีใครบางคนกำลังมองข้าอยู่! ใช้เจินเหรินวางรากฐานผู้นี้เป็นสายตา แล้วข้ายังไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด?’
หากพูดถึงผู้ที่เขาอาจเรียกว่า “สหายเต๋า” ได้ ก็มีอยู่ไม่กี่คนในใต้หล้า
เพราะอั้งเซียวสามารถผูกขาดตำแหน่งมรรคผลห้าตำแหน่งเพียงลำพัง ทำให้ไม่มีใครขึ้นถึงผลใหม่ได้ เป็นวิธีอันชาญฉลาดที่ยากมีผู้เสมอด้วย
ด้วยฐานะรวมโอสถขั้นปลายที่แข็งแกร่งถึงที่สุด หากไม่ถึงขั้นนี้ เขาย่อมไม่อาจวางแผนวังมังกรได้
‘หรือว่า…เป็นจ้าววิถีจ้องข้าอยู่?’
ดวงตาอั้งเซียวฉายความเคร่งขรึม