บทที่ 299 ภาพอันน่าสะพรึงกลัว พานพบอั้งเซียวอีกครั้ง
ถ้ำสวรรค์แสงสมบัติฉางเหยา!
เพียงชื่อเดียวนี้ ในความทรงจำชาติที่แล้วของลวี่หยางก็มีเพียงภาพรางเลือน หากไม่ใช่เพราะพลังของเขาในชาตินี้สูงพอ ก็เกือบจะนึกไม่ออกแล้วด้วยซ้ำ
‘เมื่อก่อนอาจารย์ลุงจงกวงเคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับข้า…’
‘เจินจวินผู้หนึ่งนามว่าเทียนอวิ๋นหมิงกวง เปิดแดนมงคล สร้างถ้ำสวรรค์ หมื่นนักพรตมาเข้าเฝ้า ได้รับสมญานามว่าถ้ำสวรรค์แสงสมบัติฉางเหยา ดั่งสุริยันแขวนฟ้าสูง พันปีไม่ร่วงจากหมู่เมฆ’
‘หงยวิ๋นเจินเหริน!’
เจินจวินนามเทียนอวิ๋นหมิงกวงผู้นี้ แท้จริงก็คือ หงยวิ๋นเจินเหริน ก่อนจะกลับชาติมาเกิด ส่วนถ้ำสวรรค์นี้เองก็เป็นสัญลักษณ์แห่งวิถีของเขา
‘ที่แท้เศษเสี้ยวถ้ำสวรรค์แห่งนี้ คือของหงยวิ๋นเจินเหริน!?’
คิดถึงตรงนี้ ความคิดของลวี่หยางก็พลันพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เพราะในหมู่เรื่องราวเกี่ยวกับเจินจวินแล้ว หงยวิ๋นเจินเหรินจัดว่าเป็นผู้ที่จัดการได้ง่ายที่สุด
เมื่อก่อนถึงกับมีอยู่คราวหนึ่ง จ้าวยอดเขาปะสานฟ้ายังกล้าตะโกนใส่หน้าเขาเลย!
หากเป็นเศษถ้ำสวรรค์ที่เขาทิ้งไว้ แน่นอนว่าย่อมมิได้มีอันตรายรุนแรงนัก และอาจมีของวิเศษบางอย่างหลงเหลืออยู่จริง
ลวี่หยางพลันนึกถึงครั้งหนึ่งในอดีตชาติ ที่เขาได้พบหงยวิ๋นเจินเหรินอีกครั้ง ตอนนั้นอีกฝ่ายได้กลับสู่ระดับวางรากฐานขั้นสมบูรณ์แล้ว และยังกลั่นสร้างแดนมงคลแห่งหนึ่งขึ้นมาด้วย เวลานี้เมื่อย้อนคิด