ดล้อมแบบนี้ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างมาก
ด้วยการที่พวกเขานั้นมีพลังวิญญาณที่สูงล้ำกว่าคนทั่วไป ดังนั้นประสาทสัมผัสและการตรวจจับอันตรายโดยรอบผ่านจิตวิญญาณนั้นจะสูงเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับทักษะตรวจจับด้วยเสียงของเฉินเฉียงแล้วยังถือว่าห่างไกลอยู่มากโข
และนี่เองเมื่อเฉินเฉียงเข้ามาในสนามแล้วนั้นทำให้หลินคูทำตัวไม่ถูกในทันที เพราะว่าเขานั้นไม่สามารถใช้พลังวิญญาณของเขาตรวจจับเฉินเฉียงได้
ลูกศิษย์ของแผนกวิญญาณผู้ซึ่งโดยปกติแล้วก็ไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแกร่งแต่อย่างใดนั้น หากว่าไม่สามารถรับรู้ตัวตนของฝ่ายตรงข้ามได้อีก แล้วเขาจะสู้ด้วยได้ยังไงกัน
เมื่อเทียบกันแล้ว เฉินเฉียงที่ในตอนนี้ราวกับเร้นกายหลังจากเข้ามาในสนาม ในตอนนี้เขานั้นกลับรับรู้ได้ทุกการกระทำแม้แต่เสียงลมหายใจและเสียงหัวใจของคู่ต่อสู้ก็ยังสัมผัสได้
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงนั้นไม่ได้เร่งรีบแต่อย่างใด เขานั้นยังคงรออยู่นิ่งๆเพื่อรอให้หลินคูเข้ามาใกล้ๆจนถึงระยะโจมตีของเขา
สิบนาทีผ่านไป นักเรียนที่อยู่ด้านนอกสนามเองต่างก็เริ่มรู้สึกร้อนรนที่จะเห็นผลการแข่งขันแล้วเหมือนกัน ส่วนในสนามนั้น หลินคูที่ร้อนรนไม่ต่างกันนั้นกำลังเร่งรีบหาเฉินเฉียงอยู่ แต่ไม่ว่ายังไงเขานั้นก็หาเฉินเฉียงไม่เจอเลยสักนิด
ในตอนนี้ หลินคูถึงกับคิดว่าเฉินเฉียงนั้นไม่ได้อยู่ในสนามแล้วด้วยซ้ำ
“เฮ้….เฉินเฉียง”
หลินคูนั้นทนไม่ไหวจนต้องตะโกนออกมา
แต่ก