หนๆก็ไหนแล้ว ในเมื่อขยะอย่างเจ้ามาที่นี่แล้วก็คงต้องสอนบทเรียนสักหน่อย และในปีหน้าถ้าเจ้ายังเข้ามาที่นี่อีกก็จะโดนเหมือนเดิมนี่แหละ”
“เฮ้เฮ้เฮ้ พี่ชาย พูดอย่างนั้นก็ไม่ดีนา ยังไงซะไอ้ขยะนี่ก็เป็นนักรบทหารขั้นกลางแล้วนา จะดีกว่าถ้าเราแค่สอนบทเรียนเล็กน้อยจะได้ไม่ตัดอนาคตไอ้นี่เกินไป”
“ไอ้ฉิบหาย เป็นแค่นักรบสายเลือดทหารระดับกลางแต่คิดจะเข้าเรียนที่นี่ นี่แกกำลังดูถูกสำนักของเราสินะ”
“ใครก็ตามที่เข้ามาได้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นอัจฉริยะเหนือผู้คน แต่ไอ้ขยะที่ระดับการบ่มเพาะแค่นี้เนี่ยนะที่จะเข้าสำนัก”
“ไอ้ตัวหน้าทน”
เฉินเฉียงในตอนนี้นั้นรู้ดีว่าตัวเขานั้นยังไม่มีความสามารถพอที่จะต่อยปากคนเหล่านี้ได้ ใครจะกล้าไปหาเรื่องกับนักรบสายเลือดระดับนายพลวิญญาณทั้งกลุ่มแบบนี้กันได้ล่ะ
และในเมื่อแข็งแกร่งไม่พอ พูดอะไรไปก็เท่านั้น
ในตอนนี้เขาจึงเลือกที่จะสนใจเขาที่ดูสูงสุดลูกหูลูกตาตรงหน้ามากกว่า
“อืมมมมมม… ศิษย์พี่ท่านนี้พอจะบอกได้รึเปล่าว่าจะเข้าไปข้างในได้ยังไง”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
สิ่งที่เฉินเฉียงถามออกมานั้นทำให้ทุกคนคำออกมากันถ้วนหน้า
-มันน่าขันตรงไหนฟะ-
ถึงแม้เฉินเฉียงนั้นจะมีความอดกลั้นดีขนาดไหน แต่นี่ก็ถือที่สุดของเขาแล้ว
“เอาล่ะ พี่น้อง ข้าว่าเราพอแค่นี้กันดีกว่า พวกเราควรจะไว้หน้าลูกพี่จางหยวนบ้างไม่ใช่เหรอ”
“ไอ้เวร เจ้าอยากเข้าไปในสำนักนักใช่รึเปล่า”
“นั่นไง”
ชายหนุ่มชี้ไปที่ภูเขาด้านหลัง
“ศิษย์พี