ายพลเทียนเว่ยนั้นถูกถือว่าไม่ได้คงอยู่อีกต่อไปแล้วตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน”
“แล้วเจ้าเห็นรึเปล่าว่าเสี่ยวจางคนนี้มีระดับการบ่มเพาะขนาดไหน”
“ถึงแม้จะเป็นตอนนั้นเองก็ตาม ในฐานะกัปตันของกองกำลังนายพลเทียนเว่ย เขาเองก็เป็นเพียงนักรบทหารระดับนายพลวิญญาณเท่านั้น”
“แล้วก็ กองกำลังของนายพลเทียนเว่ยนั้นมีเพียงสิบสามคนเท่านั้น”
คำพูดของผู้ควบคุมจ้าวนั้นทำให้เฉินเฉียงต้องตกตะลึง
ในสายตาของซุนต้าฮู่นั้น กองกำลังเทียนเว่ยเปรียบได้ดั่งการคงอยู่ของพระเจ้า แต่คนในทีมกลับมีเพียงสิบสามคนเท่านั้น แล้วคนที่สมควรที่จะแข็งแกร่งที่สุดอย่างจางหยวนกลับอยู่ในระดับนายพลวิญญาณเท่านั้น
กองกำลังที่มีชื่อเสียงเมื่อสิบห้าปีก่อนนั้นทำไมในตอนนี้ตกอยู่สถานะแบบนี้ได้กัน
ก่อนที่เฉินเฉียงจะออกจากภวังค์ความตกตะลึง จางหยวนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ
“เฉินเฉียง อย่าคิดว่าเจ้าจะได้เข้าร่วมกองกำลังเพียงเพราะว่ากองกำลังเทียนเว่ยนั้นอยู่อันดับต่ำสุดในตึกนายพลเหมันต์จันทรา ตราบใดที่ข้าและพรรคพวกยังอยู่ พวกเราจะไม่มีวันรับขยะมาอยู่อย่างแน่นอน”
“และในสายตาของข้า เจ้าก็ไม่ได้ต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง”
“และขยะอย่างนเจ้าก็ทำได้เพียงฝันกลางวันไปเท่านั้น”
“ใครก็ตามที่จะเข้ากองกำลังเทียนเว่ยได้ล่ะก็ นอกจากจะมีระดับการบ่มเพาะที่อยู่ในเกณฑ์แล้วแต่จะต้องได้รับการยอมรับจากพวกเราทุกคน”
คำพูดของจางหยวนที่เต็มไปด้วยความเดียดฉันท์นี้ทำให้เฉินเฉ