ียงอดไม่ได้ที่จะสนใจขึ้นมา
“โอ้…ถ้าอย่างนั้น…นายพลจาง ข้าล่ะอยากรู้จริงๆว่าทำยังไงถึงจะได้รับการยอมรับจากพี่น้องกองกำลังเทียนเว่ยได้กัน”
“เหอะ… นักรบมากมายที่มีการบ่มเพาะในระดับสูง แต่กับกองกำลังเทียนเว่ยนั้นไม่เพียงแต่จะต้องมีระดับการบ่มเพาะที่สูงพอ จะต้องผ่านการทดสอบของกองกำลัง และคนคนนั้นต้องมีจิตวิญญาณแห่งนายพลเทียนเว่ย ยามต่อสู้ก็ต้องสู้จนตัวตาย ยามต่อสู้ต้องสู้อย่างกล้าหาญอยู่แนวหน้า”
“แล้วการจะครองฉายา…”
จางหยวนเม้มปากไปเล็กน้อยและพูดออกมาอย่างไม่ไยดี “ถ้าเจ้าโค่นล้มพวกเราไม่ได้ เจ้าก็ยอมแพ้เรื่องนั้นไปได้เลย”
เฉินเฉียงยืนขึ้นมาก่อนที่จะเดินไปข้างหน้าจางหยวน เขาจ้องมองไปที่จางหยวนอย่างตาไม่กะพริบ แต่คนที่เขาพูดคุยนั้นกลับเป็นผู้คุมจ้าว
“ผู้ควบคุมจ้าว ข้าขอพูดอีกครั้ง ข้าต้องการเลือกการได้เรียนที่สำนักเต่าดำ”
จางหยวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาพร้อมสายตาที่ดูถูกดูแคลน
“ก็แค่ไอ้ขี้ขลาดล่ะว้า ผู้ควบคุมจ้าว ในเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ข้าขอตัวก่อน”
“นายพลจาง”
จางหยวนได้หยุดเดินในทันทีโดยไม่คิดจะหันหลังกลับมาพูด “ไอ้หนู อย่าไปใส่ใจเรื่องนั้นเลยดีกว่า เจ้าเองมันก็แค่นักรบสายเลือดทหารระดับกลาง ข้าเองก็จะไม่ถือเรื่องนี้เหมือนกัน”
“แต่ขอบอกไว้หน่อยก็แล้วกันว่าเจ้าเองก็ควรจะให้ความเคารพเมื่อพูดถึงฉายาของนายพลเทียนเว่ยมากกว่านี้”
“ในวันนี้ ข้าเป็นคนเดียวที่ได้ยินคำพูดนี้ หากเป็นพี่น้องคนอื