่นในกองกำลังละก็เจ้าคงไม่โชคดีแบบนี้แน่”
“นายพลจาง ท่านเข้าใจผิดแล้ว”
เฉินเฉียงได้ใกล้ไปข้างหน้าและหันหน้าเข้าเผชิญหน้ากลับจางหยวนอีกครั้ง
“นายพลจาง เหตุผลที่ข้าเลือกไปที่สำนักเต่าดำนั่นเป็นเพราะข้าต้องการแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
“แล้วก็ ท่านควรจะบอกพี่น้องของท่านทุกคนให้เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี ฉายาของนายพลเทียนเว่ยนั่น ข้า เฉินเฉียงคนนี้จะนำมันมาครองให้ได้”
“ไม่ว่าใครก็ตาม ก็ไม่สามารถหยุดข้าจากการกลายเป็นผู้แข็งแกร่งไม่ได้”
“ห้าปี”
“ข้าขอเวลาห้าปี และเมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะไปปรากฏตัวที่ตึกนายพลเหมันต์จันทรา เมื่อถึงเวลานั้น ข้าต้องการของขวัญเป็นฉายาของนายพลเทียนเว่ยมาครอบครอง”
ในทันทีที่สิ้นเสียงของเฉินเฉียง ทุกคนที่เห็นฉากนี้ก็นิ่งเงียบไป มีเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้นที่พอใจได้ยินได้
เกือบนาที จางหยวนก็ได้เงยหน้าขึ้นมาและหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า….”
หลิงเว่ยในตอนนี้มือนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาหันไปมองผู้คุมจ้าวที่ในตอนนี้กำลังหักคอราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง
“ผู้คุมจ้าว ข้าขอให้ท่านช่วยเด็กนั่นได้รึเปล่า เฉินเฉียงในตอนนี้ยังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อน นี่ทำให้เขานั้นค่อนข้างจะอวดดี แต่ยังไงซะเขาก็ถือว่าเป็นนักรบสายเลือดแห่งอาณานิคมเขาหมางอยู่ดี”
แต่ก่อนที่ผู้ว่าการจ้าวจะพูดอะไรออกมา ชายอ้วนที่อยู่ในระดับนายพลวิญญาณขั้นกลางได้พูดออกมาพลางส่ายหน้า “ไอ๊หยา หลิงเว่