ม้ขาลโลหะจำนวนมหาศาลและสมบัติล้ำค่าระดับกลางจากคลังสมบัติของตระกูลออกมาแทน
ของเหล่านี้เพียงพอสำหรับบ่มเพาะ “ร่างเซียนวิญญาณ” ในระดับต้นของขั้นสร้างรากฐานให้เสร็จสมบูรณ์อีกสามส่วน
ส่วน “เรือขยายแดน” นั้น…เขามิกล้าแตะต้องเลย
สมบัติจากเศษถ้ำสวรรค์เช่นนั้น ใครจะรู้ว่ามีหายนะอะไรซุกซ่อนอยู่? ตัวเขาในชาตินี้สำคัญยิ่ง จะปล่อยให้พลาดเพราะเหตุเล็กน้อยเช่นนี้มิได้โดยเด็ดขาด
“ที่ยังไม่ถูกบดขยี้จนเป็นเถ้าธุลีแสดงว่ายังไม่มีเจินจวินใดเพ่งเล็งมาถึงข้า”
ลวี่หยางตื่นตระหนกยิ่งนัก เขาเห็นเมืองท่ากานถังคล้ายเป็นถ้ำเสือเหวงูเก้าเก้ายี่สิบตัว หวาดระแวงทุกย่างก้าว ประหนึ่งอีกอึดใจจะมีเจินจวินผุดขึ้นจากผืนน้ำ
ครั้นคิดถึงเพียงนี้ ก็สะบัดแขนเสื้อ ม้วนบรรพบุรุษตระกูลอวิ๋นและของวิเศษทั้งหมดหายไปจากที่เดิม
หนีสิรออะไร!
“แม้ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานจริงจัง บางทีในนั้นอาจมีโชคจริง…แต่ข้าจะเสี่ยงไปไย? เชื่อว่า ‘มี’ ไว้ก่อนดีกว่า ‘ไม่มี’ เสียอีก!”
ไม่เพียงเท่านั้น ลวี่หยางถึงขั้นไม่กล้าส่งร่างจำแลงกลับไปพบร่างจริงของเซียนวิญญาณ หากแต่เลือกสถานที่แห่งหนึ่งฝังของไว้ แล้วทำลายร่างจำแลง เสี้ยวสติจึงกลับคืนกายาแท้ แล้วรีบเสริมเคล็ด “กระจ่างทะลุปรุโปร่ง” จนแน่ใจว่ายังคิดอ่านได้ปกติ จึงถอนใจเบาๆ
“ขณะนี้ ต่อให้เป็นเจินจวิน ก็คงหาไม่เจอแล้วล่ะ”
ด้วยระลอกเคราะห์บังหน้า ชีวิตในชาติปัจจุบันของลวี่หยางแอบเร้นโดยแท้ เว้นแต่วิ่งเข