ทุกคนไม่รู้ถึงความเศร้าเสียใจของเจียงเซี่ยน
พิธีปักปิ่นเงียบสงบและจริงจังทว่าก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่เพียงแต่ฮูหยินฝาง แม้แต่ฮูหยินเป่ยติ้งโหวก็รู้สึกดีเช่นกัน นางจูงเจียงเซี่ยนที่เสร็จพิธีแล้ว พลางพยักหน้าด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเอ่ยว่า “เป็นหญิงสาวแล้ว ต่อไปทำอะไรก็ต้องสุขุมหน่อย”
จะทำแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว เอะอะก็หนีมาเมืองหลวง
เพียงแต่คำพูดนี้ไม่ค่อยเหมาะที่จะพูดตอนนี้ ฮูหยินเป่ยติ้งโหวคำพูดมาถึงใกล้ปากแล้วก็ยังกลืนลงไป
เจียงเซี่ยนมาทำพิธีปักปิ่นที่วังฉือหนิง เพียงเพราะอยากให้ไทฮองไทเฮามีความสุข หากพูดถึงความสุขุม นางก็ไม่ใช่เจียงเซี่ยนอย่างในชาติก่อนแล้ว จึงคิดว่าเวลาตนเองเจออะไรยังข่มอารมณ์ไว้ได้ ทว่าก็ไม่ได้โต้แย้งคำพูดของฮูหยินเป่ยติ้งโหวเช่นกัน ถือเสียว่าทำให้พวกผู้อาวุโสมีความสุข
คนกลุ่มหนึ่งไปที่ตำหนักของไทฮองไทเฮา
ไทฮองไทเฮากอดเจียงเซี่ยนไม่ปล่อยมือ และเอ่ยว่า “ต่อให้ข้าเจอแม่ของเจ้า ก็สบายใจได้แล้วเช่นกัน” นางพูดไปก็ยังกลั้นไม่ไหวจนหางตาปรากฏประกายน้ำตา
“เสด็จยาย!” เจียงเซี่ยนกอดตอบไทฮองไทเฮา พลางคิดว่าหากเป็นเหมือนชาติก่อน ไทฮองไทเฮาอย่างมากที่สุดก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่