ม่เคยใช้สิทธิพิเศษแบบนี้เลย
เฉาไทเฮาไปปฏิบัติธรรมอย่างสงบที่ภูเขาวั่นโซ่วแล้ว จ้าวอี้ว่าราชการด้วยตนเอง ก็เป็นเพราะได้รับการสนับสนุนจากอ๋องเจี่ยนอย่างสุดกำลังเช่นกัน จ้าวอี้จึงลืมป้ายคำสั่งที่สามารถเดินในวังได้ชิ้นนี้ไปอย่างสิ้นเชิง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องริบกลับมา
ซุนเต๋อกงเอ่ยอย่างอ้อมค้อมว่า “ฝ่าบาทเข้าเมือง ถึงจะมีสัมภาระและผู้ติดตามไม่มาก แต่บางขบวนกลับขาดไม่ได้ คนที่ตั้งใจย่อมดูออก อ๋องเจี่ยนบอกว่า เขาหาฝ่าบาทมีเรื่องสำคัญ ตอนนี้อ๋องเจี่ยนรออยู่ที่ประตูตงหวา! กระหม่อมเห็นว่าอากาศหนาวเย็นยะเยือกเช่นนี้ อย่างไรก็ต้องมาแจ้งสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”
ขุนนางใหญ่ในราชสำนักร่วมประชุม ส่วนใหญ่จะมาทางประตูตงหวา แล้วจากประตูจิ่งอวิ้นไปหน้าวังเฉียนชิง
ทว่าอ๋องเจี่ยนกลับรอจ้าวอี้เรียกเข้าเฝ้าอย่างว่านอนสอนง่าย
จ้าวอี้ได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธน้อยลงเล็กน้อย คิดแล้ว อ๋องเจี่ยนไม่เพียงแต่เป็นขุนนางที่ถูกฮ่องเต้สี่สมัยใช้งานในตำแหน่งสำคัญ ทว่ายังเป็นปู่แท้ๆ ของเขาด้วย ยืนอยู่ที่ประตูตงหวาแบบนี้ หากเขาไม่พบก็ไม่ไว้หน้าอ๋องเจี่ยนเกินไปแล้วเช่นกัน ตอนนั้นเขาเป็นคนไปร้องไห้กับอ๋องเจี่ยน อ๋องเจี่ยนฟังแล้วก็