ช่วยเขาคิดหาทางว่าราชการด้วยตนเองทันที
เขาลุกขึ้นเหยียบส้นรองเท้า และเอ่ยว่า “เช่นนั้นก็รีบไปรีบกลับ อย่าพลาดพิธีปักปิ่นของท่านหญิงเจียหนาน”
ซุนเต๋อกงรีบก้าวไปข้างหน้าและคุกเข่าลงไปสวมรองเท้าให้จ้าวอี้ แล้วยิ้มพลางขานว่า “พ่ะย่ะค่ะ” และทำเป็นประคองจ้าวอี้ไปที่วังเฉียนชิง
ไม่นาน อ๋องเจี่ยนก็ตามขันทีเข้าไปในตำหนักข้างๆ วังเฉียนชิง
“ฝ่าบาท!” อ๋องเจี่ยนสวมชุดพิธีการ และคารวะจ้าวอี้อย่างนอบน้อม
จ้าวอี้ก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยและจูงอ๋องเจี่ยนด้วยตนเอง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านปู่ไม่ต้องมากพิธี ท่านเข้าวังมาหาข้าเวลานี้ แสดงว่ามีเรื่องด่วน นั่งลงดื่มชาก่อน ข้าฟังอยู่ตรงนี้!”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ เจ้ามีเรื่องด่วนหาข้าจะดีที่สุด ไม่อย่างนั้นข้าจะโกรธแล้ว
ความรู้สึกผิดปกติฉายวาบผ่านไปในดวงตาของอ๋องเจี่ยนอย่างเร็วมาก ราวกับแมลงเม่า ทำให้คนไม่ทันเห็นชัดก็หายไปแล้ว
เขายืนกรานที่จะคารวะให้เสร็จก่อน แล้วกึ่งนั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซือที่ขันทียกมา และรับชาที่นางในถือมาจิบคำเล็กๆ อย่างเป็นสัญลักษณ์ ถึงจะเอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า “กระหม่อมรีบมาพบฝ่าบาทขนาดนี้ เป็นเพราะได้ยินเรื่องหนึ่งเข้า” เขาเอ่ยจบก็เม้มปากแน่น