ียงเซี่ยนตัดสินใจแน่วแน่ รับประทานอาหารเย็นด้วยกันแล้วก็เร่งให้เขากลับไป “ขุนนางรออยู่มากขนาดนั้น ฝ่าบาทไม่พบหนึ่งวัน คนอื่นยังคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับฝ่าบาท ฝ่าบาทก็อย่าก่อเรื่องเลย!”
ทว่าจ้าวอี้กลับถามเจียงเซี่ยนว่า “ทำไมเจ้ากับหานถงซินถึงไม่ถูกกัน?”
“เรื่องของผู้หญิง ผู้ชายอย่างฝ่าบาทถามทำไม?” เจียงเซี่ยนไม่อยากบอกเขา
จ้าวอี้ได้ยินก็เผยสีหน้าเข้าใจออกมาทันที และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เมื่อก่อนนางต้องริษยาเจ้าอย่างแน่นอน”
“ฝ่าบาททราบแม้แต่เรื่องนี้หรือ!” เจียงเซี่ยนสอดแทรกมุขตลก “พรุ่งนี้ฝ่าบาทจะไปเมื่อไร? หม่อมฉันไม่สะดวกไปส่งฝ่าบาท แต่จะตามไทฮองไทเฮาไปสวดมนต์ที่ห้องพระ อธิษฐานให้ฝ่าบาทปลอดภัย”
จ้าวอี้นึกถึงเรื่องที่มักจะได้ยินเฉาไทเฮาแอบสาปแช่งฉินกุ้ยเฟยตอนเด็ก แล้วยิ้มโดยไม่พูดอะไร และกลับวังเฉียนชิง
เจียงเซี่ยนโล่งอก
คิดว่าถึงเวลานั้นหานถงซินกลับวังแล้ว นางต้องไปคารวะ เกรงว่าจะทรมานไปอีกพักหนึ่ง
ทว่าเพื่อไทฮองไทเฮา นางอดทนได้!
ผ่านไปสองวัน ไป๋ซู่เข้าวังแล้ว
ในวังคึกคักขึ้นอีกเล็กน้อยทันที
หมอหลวงเถียนถือโอกาสพาคนสกุลเถียนเฉินเข้าวังมาคารวะไทฮองไทเฮา
นางเป็นผู้หญิงอายุสี่สิบปี รูปร่างผอมสูง