?” เจียงเซี่ยนพูดจาเพ้อเจ้อ
ไทฮองไทเฮาจนใจและให้ท้าย “หลี่เชียนสอนให้เจ้าเสียคนแล้ว ถึงได้กล้าพูดจามั่วซั่วไปหมด”
เจียงเซี่ยนหัวเราะ
ฉิงเค่อกับไป่เจี๋ยนั้นคนหนึ่งสั่งให้พวกขันทีย้ายหีบสัมภาระ อีกคนจัดห้อง
ส่วนเจียงเซี่ยนคุยเป็นเพื่อนไทฮองไทเฮา ไทฮองไท่เฟย หลิวเสี่ยวหม่าน และเมิ่งฟางหลิงร่วมสนุกอยู่ข้างๆ เพียงชั่วขณะห้องอุ่นตะวันออกของวังฉือหนิงก็พูดคุยและหัวเราะอย่างมีความสุข จนคึกคักมาก แม้แต่ฉลองปีใหม่ ก็ไม่มีความสุขแบบนี้เช่นกัน ไทฮองไทเฮายิ่งมีความสุขจนยิ้มไม่หุบตลอด ทว่าตอนที่รับประทานอาหารกลางวัน ไทฮองไทเฮากลับกินแค่ข้าวต้มครึ่งถ้วยกับหมั่นโถวหนึ่งลูกก็ไม่กินแล้ว
พวกเมิ่งฟางหลิงอดที่จะแปลกใจไม่ได้
ไทฮองไทเฮามองเมิ่งฟางหลิงทีหนึ่งเหมือนกำลังสื่อถึงอะไรบางอย่าง
พวกเมิ่งฟางหลิงไม่เอ่ยสิ่งใด
แต่เจียงเซี่ยนกลับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ…เพราะก่อนที่นางจะออกจากวัง ไทฮองไทเฮาก็บำรุงร่างกายแบบนี้
ทว่าพอถึงตอนที่ไทฮองไทเฮากับเจียงเซี่ยนต่างคนต่างกลับไปพักนอนกลางวันที่ห้องหลังอาหารกลางวัน ไทฮองไทเฮาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยกับเมิ่งฟางหลิงว่า “เป่าหนิงยังเด็กอยู่เลย ฝ่าบาทก็เป็นคนใจดำ หากข้าไม่รั