ยรุ่น?”
ฮูหยินเหอกับนายหญิงจูเงียบไปนานมาก พอทำจิตใจให้สงบและหวนคิดถึงคำพูดของหลี่ตงจื้อ ก็จำเป็นต้องยอมรับว่านางพูดมีเหตุผล
นายหญิงจูมองไปที่ฮูหยินเหอ เห็นฮูหยินเหอเหมือนยังไม่ได้สติกลับมา จึงจำเป็นต้องเอ่ยว่า “นี่ยังมีภาพวาดหลายภาพไม่ใช่หรือ? ตอนนั้นที่ท่านหญิงแต่งเข้ามา ก็มีภาพวาดเป็นสินเดิม มเหมือนกัน…”
หลี่ตงจื้อเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย “ภาพวาดเหล่านั้นของท่านหญิงไม่เหมือนกัน ภาพวาดที่เป็นสินเดิมของท่านหญิงล้วนเป็นของโบราณที่มีเพียงชิ้นเดียว และส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ ปกติท่านหญิงชอบมาก และมักจะพลิกดู จึงนำมา และภาพวาดเหล่านั้นก็มีมูลค่ามาก แม้แต่หลี่เจี่ยหยวนก็เคยชมไม่ขาดปาก และยังเคยขอให้เพื่อนสนิทของท่านพี่ออกหน้าช่วยพูด อยากคัดล ลอกภาพวาดในห้องหนังสือของพวกเรา ไม่กล้ายืมกลับบ้าน กลัวมีอุบัติเหตุ เขาชดใช้ไม่ไหว พวกหนังสือกับภาพวาดของพี่เกาสามารถเอ่ยถึงพร้อมกับของพี่สะใภ้ได้หรือ?”
“เอ่อ…” นายหญิงจูลำบากใจมาก
ตอนนั้นที่หารือเรื่องสินสอด ตระกูลหลี่ไม่ได้บอกอะไรทั้งนั้น เวลานี้กำลังจะรับสินเดิมแล้ว กลับทำเรื่องแบบนี้ เช่นนี้จะให้นางไปบอกแม่สื่อกับคนของตระกูลเกาอย่างไร!
ในความคิด