กชายของหลี่ขุย ก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับหลี่หลิน
นางคิดถึงเรื่องพวกนี้ก็ปวดศีรษะไปพักหนึ่ง
รู้สึกว่าหลังจากคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ตามบิดามารดาไปอำเภอฉางอัน นางก็เหมือนไม่ราบรื่นทุกเรื่อง…
ตอนนี้เกาเมี่ยวหรงไม่มีเวลาว่างคุยเรื่องพวกนี้กับพี่ชาย จึงยิ้มและเอ่ยกับเกาฝูอวี้ว่า “ท่านก็รู้เช่นกันว่า ตระกูลหลี่มีทรัพย์สินในครอบครัวที่เก็บสะสมมานานน้อยนิด หลี่หล ลินไม่เหมือนกับหลี่เชียน เขาเติบโตที่บ้านเกิดกับแม่แท้ๆ ของเขาตั้งแต่เด็กจนห้าหกขวบถึงจะถูกส่งมาที่จวนสกุลหลี่ ข้าอยากขอให้ต่อไปท่านอามีเวลาว่างก็ชี้แนะเขามากหน่อย จ จะลงจากม้าและบ้าคลั่งกับอักษรหวัดไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องอ่านสำเนาเอกสารราชการเข้าใจเช่นกันกระมัง!”
เกาฝูอวี้เห็นด้วยมาก จึงยิ้มและพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “เจ้าคิดไปในทางเดียวกันกับข้าเลย อีกสองวันข้าจะเชิญเขามาที่บ้าน และปรึกษาเรื่องนี้กับเขา”
เกาเมี่ยวหรงยิ้มและขอบคุณเกาฝูอวี้ แล้วถึงบอกสิ่งที่ตนเองต้องการ “ทุกอาชีพล้วนต่ำต้อย มีแต่การเรียนหนังสือและเข้ามาเป็นขุนนางในราชสำนักเท่านั้นที่เป็นทางที่ถูกต้อง เรื่องเ เรียนหนังสือนั้น…หลี่หลินหวังไม่ได้แล้ว ท่านอามอบพวกหนังสือกับภาพเข