่ยไม่ได้ว่า “นี่ไม่ใช่เทศกาลปีใหม่ ทำไมถึงย้ายของออกมาหมด? นี่เจ้าจะทำอะไรน่ะ?”
“นี่ข้าก็คิดถึงเรื่องแต่งงานของเมี่ยวหรงไม่ใช่หรือ?” ฮูหยินเหอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าจำได้ว่าตอนที่ข้าแต่งงาน ท่านพ่อหาผ้านวมจากถู่ฟานมาให้ข้า ข้าอยากมอบให้เป็นสินเดิมแก่ เมี่ยวหรง…”
นางยังเอ่ยไม่จบสักประโยค หลี่ฉางชิงก็เปลี่ยนหน้าแล้ว และเอ่ยเสียงทุ้มว่า “ตงจื้อไปเกือบหนึ่งเดือนแล้วกระมัง? เจ้าไม่ได้ส่งจดหมายไปถามนางว่าขาดอะไรหรือ? ว่ากันว่าอากาศของ ซีอานหนาวกว่าไท่หยวนอีก!”
ฮูหยินเหอไม่เห็นด้วย นางก้มหน้าหาผ้านวมของนางต่อไป พลางเอ่ยว่า “เวลานี้ต้นฤดูใบไม้ผลิแล้ว หนาวก็หนาวไม่เท่าไร ยิ่งกว่านั้นยังมีท่านหญิงคอยดูแลนาง ข้าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ”
พูดจนหน้าของหลี่ฉางชิงดำหมดแล้ว
เขาออกไปและเรียกลุงเหอเข้ามา แล้วบอกเรื่องนี้ลุงเหออย่างตรงไปตรงมา และเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้เสียดายผ้าห่มผืนนั้น แต่เจ้าว่านี่เป็นสิ่งที่คนทำหรือ? ลูกแท้ๆ ของตนเองไม่สน นใจ ไปสนใจคนของบ้านข้างๆ นางคิดจะไม่เหลือความคิดถึงไว้ให้ตงจื้อแม้แต่นิดเดียว และให้ตงจื้อแต่งงานแบบนี้ใช่หรือไม่”
ลุงเหอฟังจนเหงื่อโชก พอกลับถึงบ้านก็บอกเรื่องนี้กับป้