ึงต่างมีความสุขมาก เจอพวกเด็กหนุ่มที่กำลังโตอย่างหม่าหย่งเซิ่งถามถึงเรื่องแสดงงิ้ว ก็ยังตอบด้วยรอยยิ้ม แตกต่างจากคณะงิ้วทั่วไปเ เล็กน้อย แลดูสนิทสนมมาก จงเทียนอวี่ไม่ชอบเรื่องพวกนี้ เห็นหม่าหย่งเซิ่งกับคนของคณะเหลียนจูหัวเราะอย่างมีความสุข ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และกระซิบบอกหลี่เหลยที่ยืนดูอยู ข้างๆ ว่า “ข้ายังมีตัวอักษรใหญ่อีกหลายหน้าที่ยังเขียนไม่เสร็จ ข้ากลับไปห้องก่อนแล้ว รบกวนพี่หลี่เหลยช่วยบอกหม่าหย่งเซิ่งให้ข้าด้วย”
การเชิญคนของคณะเหลียนจูมาแสดงงิ้วในครั้งนี้เป็นความคิดของหม่าหย่งเซิ่ง แต่คนที่จัดการงานต่างๆ กลับเป็นหลี่จี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผ่านมามากแล้วหรือสาเหตุอื่น หลี่จี้ที่ เดิมทีชอบความคึกคักมากทำงานเรื่องเชิญคณะเหลียนจูมาแสดงงิ้วอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และไม่ค่อยกระตือรือร้น กลับกลายเป็นหม่าหย่งเซิ่งที่ติดตามอยู่ข้างกายเสี่ยวเฟิ่งเซียนตลอดและถ ถามนั่นถามนี่อย่างสนใจมาก
หลี่เหลยถือว่าอายุค่อนข้างมากในหมู่คนเหล่านี้ ปกติคอยดูแลพวกหลี่จี้ จึงรู้ว่าจงเทียนอวี่กับจงเทียนอี้พี่ชายของเขานิสัยตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง โดยเป็นคนค่อนข้างหัวโ โบราณ จึงยิ้มพลางพยักหน้า และเอ่ยเ