ลหลี่จึงประทับใจในตัวเจียงเซี่ยนมาก และเพราะมีหลี่เชียนอยู่ด้วย หลี่เหลยจึงล้อเล่นกับเจียงเซี่ยน “ท่านหญิงวันไหนจัดให้ท่านตู้แสดงงิ้วให้พวกเราสักสองสามองก์ด้วยสิ! ค่าใช้จ่าย…เรือนชบาของพวกเราออกเอง ถือว่าพวกเราที่เป็นนักเรียนมอบของขวัญให้อาจารย์”
“ท่านเจิ้งกับท่านคังรู้หรือไม่?” เจียงเซี่ยนก็รู้สึกดีกับหลี่เหลยเช่นกัน รู้สึกว่าคนๆ นี้เฉลียวฉลาดและไม่วางตัวแตกต่างกันตามทรัพย์สินและฐานะ จึงยิ้มพลางเอ่ยว่า “ข้าไม่อยากถูกท่านทั้งสองต่อว่า!”
“พวกเราจะทำให้ท่านหญิงเดือดร้อนได้อย่างไร!” หลี่เหลยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เพราะท่านอาจารย์หญิงกลับไปบอกว่าท่านตู้แสดงงิ้วดีอย่างไร ท่านอาจารย์ถึงเกิดความคิด เพียงแต่พอไปถามคณะเหลียนจู ก็บอกว่าเต็มทุกวันแล้ว ทว่าหากทางท่านหญิงมีแผนการ คณะเหลียนจูก็กล้าเลื่อนแม้แต่งิ้วของศาลาว่าการผู้ว่าราชการมณฑล”
เจียงเซี่ยนยิ้มและเอ่ยว่า “นี่เจ้าฟังใครพูดมา? เหมือนข้าเป็นเจ้าแม่งิ้ว”
“นี่ข้าไม่ได้ฟังคนอื่นพูดมา” หลี่เหลยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แต่ท่านตู้พูดเองกับปาก ท่านตู้บอกว่า ท่านหญิงมีบุญคุณที่ช่วยชีวิตเขา…ความนัยที่แฝงในนั้นคือ ให้คนอื่นอย่าเทียบกับท่านหญิง”
เจียงเซี่ย