ุ่งนี้ข้าจะไปช่วยเปลี่ยนดินกับตัดกิ่งให้พวกดอกไม้ในเรือนกระจกเป็นเพื่อนเจ้า”
เจียงเซี่ยนขานว่า “อื้ม” ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และขึ้นเตียงกับหลี่เชียน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น รับประทานอาหารเช้าแล้ว หยางจวิ้นแม่ทัพส่านซีกลับส่งผู้ช่วยมาส่งเทียบเชิญ
บอกว่าดอกโบตั๋นในบ้านบานแล้ว จึงเชิญหลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนไปชมดอกไม้
หลังจากเรื่องที่อำเภอฮว่าอิน นี่ยังเป็นครั้งแรกที่หยางจวิ้นติดต่อกับหลี่เชียนโดยตรง
เจียงเซี่ยนเดาว่า “เวลานี้เฉินเฟยจะย้ายไปเป็นเจ้าเมืองที่เมืองจิงแล้ว เขาก็ถือว่าชนะเล็กน้อยแล้ว ก็ควรฉวยโอกาสนี้ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนแล้วเช่นกัน”
หลี่เชียนเอ่ยว่า “เขาไม่ถูกกับหลี่เหยาไม่ใช่หรือ? และล้มเฉินเฟยแล้ว ก็ไม่น่าจะโอ้อวดขนาดนี้กระมัง?”
“นี่ก็ขึ้นอยู่กับเป็นคนแบบไหนแล้ว!” เจียงเซี่ยนยิ้มพลางเดาต่อว่า “หากเขากลัวหลี่เหยาจริง ก็คงจะไม่ล้างมลทินให้ญาติของตนเองแล้ว”
หลี่เชียนก็ไม่โต้เถียงกับเจียงเซี่ยนเช่นกัน และเอ่ยว่า “แค่ดูว่าเขาเชิญแขกคนไหนมาบ้างก็รู้แล้ว”
หากเพียงเพื่อขอบคุณหลี่เชียน และตีสนิทกับหลี่เชียน ก็เชิญตระกูลที่สนิทสนมกันมากจนเหมือนเป็นคนในครอบครัวไม่กี่ตระกูลก็