่ยนค่อยๆ ได้สติกลับมา
นึกถึงที่ตนเองยอมทำตามเมื่อครู่ นางก็อายจนแทบจะเงยหน้าไม่ขึ้นด้วยซ้ำ จึงทำได้เพียงเอ่ยอย่างแสร้งทำเป็นวางอำนาจบาตรใหญ่ว่า “เรื่องนี้ยากตรงไหน? เจ้าทำไม่เป็นก็แล้วไป ยังรั งเกียจที่ข้าติดเครื่องประดับบนศีรษะอีก”
“ข้ารู้แล้ว!” หลี่เชียนพูดไป หน้าตานอกจากมีชีวิตชีวาแล้ว ยังฉายแววได้ใจอย่างเบาบางด้วย
เจียงเซี่ยนรู้สึกขัดตามาก
จึงเอ่ยอย่างดุร้ายว่า “เจ้ารู้อะไรอีก?”
หลี่เชียนเข้ามาใกล้และงับติ่งหูที่อวบอิ่มของนาง แล้วเอ่ยด้วยเสียงเบากว่าเมื่อครู่และคำพูดเจือความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยว่า “ครั้งหน้าไว้ข้ารู้ว่าเสียบปิ่นให้เจ้าอย่างไร แล้ว พวกเราค่อยมา…”
“ใคร…ใครจะครั้งหน้ากับเจ้า…” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “หากเจ้าพูดจาเหลวไหลอีก...”
หลี่เชียนชอบแกล้งเจียงเซี่ยน ชอบอยู่ใกล้เจียงเซี่ยน แต่อยากให้เจียงเซี่ยนอารมณ์ดีมากกว่า
เขาไม่กล้าแหย่นางอีก จึงรีบเอ่ยว่า “ข้ารู้ ข้ารู้! พวกเราไปทานอาหารเย็นกันเถอะ? พวกฉิงเค่อยังรออยู่นอกประตูนะ!”
แล้วเขาก็ช่วยนาง