ฝึกทหารครั้งใหญ่สองครั้งทุกฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ
แต่หลี่หลินที่นั่งอยู่ที่ที่ต่ำกว่าหลี่ฉางชิงและเงียบมาตลอดกลับลุกขึ้นคารวะหลี่ฉางชิง และเอ่ยว่า “ท่านอา ฐานะสูงศักดิ์ ไม่ประสบอันตรายง่ายๆ ให้ข้าไปฝึกทหารแทนท่านเถอะ ! ท่านนั่งดูอยู่ข้างๆ ดีกว่า หากข้าทำผิดตรงไหน ท่านอาค่อยชี้แนะข้าก็ไม่สายเช่นกัน”
เพราะต้องเซ่นไหว้บรรพบุรุษ พวกเขาจึงนั่งคุกเข่าอยู่บนเสื่อคนละโต๊ะตามพิธีโบราณ เขาลุกขึ้นยืนแบบนี้ จึงแลดูสูงโดดเด่นมาก
เห็นได้ชัดว่าหลี่ฉางชิงรู้สึกประหลาดใจมาก
ฮูหยินเหออดไม่ได้ที่จะจับตะเกียบแน่น และมองไปที่เจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนก้มหน้า เหมือนมองไม่เห็น
สายตาของหลี่จี้ทอประกายเล็กน้อย แล้วก้มหน้าเลียนแบบเจียงเซี่ยน นั่งอยู่หน้าโต๊ะกินข้าวอย่างสงบ
ทว่าหลี่ฉางชิงกลับขมวดคิ้ว และเอ่ยอย่างลังเลว่า “เจ้าหรือ…”
“ใช่แล้ว!” หลี่หลินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม และหน้าตาเยือกเย็น “ปีนั้นท่านอากับจงเฉวียนนำทหารไปเกาะถานเซียง ก็ยังมอบเรื่องในบ้านให้ข้าไม่ใช่หรือ ท่านอาวางใจเถอะ ถึงข้าจะไม่ได้เ เป็น