ในช่วงเวลาสำคัญไม่ใช่หรือ?
ฮูหยินฝางได้ยินแล้ว แม้จะประหลาดใจเล็กน้อย ทว่าก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้ไม่ดีตรงไหน จึงเอ่ยว่า “ดังนั้น…พ่อสามีของเจ้ารู้ว่าเจ้ามาเมืองหลวงหรือ?”
“ใช่แล้ว!” เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อยังให้น้องรองส่งข้ามาด้วย”
ทีนี้ฮูหยินฝางถึงจะถือว่าวางใจแล้ว จึงยิ้มพลางเอ่ยว่า “ข้าก็ได้ยินอาลวี่บอกแล้วเช่นกัน อาลวี่ยังบอกว่า น้องรองของเจ้าเหมือนกับลูกเขย หน้าตาโดดเด่น องอาจห้าวหาญ เป็นชา ายหนุ่มที่หล่อเหลาคนหนึ่ง ในเมื่อมาแล้ว เจ้าก็ให้เขาใกล้ชิดกับพวกอาลวี่มากๆ ถึงอย่างไรก็เป็นญาติกัน ไปหามาสู่กันจะได้สนิทสนมกันมากขึ้น”
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางขานว่า “เจ้าค่ะ” และเอ่ยว่า “ครั้งนี้เกรงว่าคงจะไม่ได้ หลังจากข้าพบไทฮองไทเฮากับเฉาไทเฮา ก็ต้องรีบกลับไปเลย ต้องรอครั้งหน้าแล้ว” หลังจากนั้นก็บอก กแผนการของตนเองกับฮูหยินฝาง
ฮูหยินฝางฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า “ดี” และเอ่ยว่า “สมองของคนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้ายังคงใช้การได้ดี อย่างข้าก็คิดได้เพียงไปที่อย่างพวกศาลเจ้าก