นไม่มีคุณชายสามด้วยซ้ำ และไม่อยากได้เด็กผู้หญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะที่ถูกรับเลี้ยงเพื่อเตรียมเป็นลูกสะใภ้ในอนาคตแต่งงานแก้เคล็ดอย่างสิ้นเชิง ตระกูลหวังอยากประจบหัวหน้าขันทีในวังเฉียนชิง จึงจะส่งอนุภรรยาไปให้หัวหน้าขันทีคนนั้น”
เจียงเซี่ยนได้ยินแล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ และยื่นนิ้วโป้งไปทางอวิ๋นหลิน พลางชมว่า “ความคิดนี้ของเจ้าร้ายกาจจริงๆ!”
อวิ๋นหลินเพียงแค่ยิ้ม
เจียงเซี่ยนง่วงมาพักหนึ่งแล้ว จึงเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าก็กลับไปพักเถอะ! เรื่องของตระกูลคัง ข้าก็มอบให้เจ้าแล้ว”
อวิ๋นหลินค้อมตัวพลางขานว่า “ขอรับ” และถอยออกไป
เจียงเซี่ยนลืมเรื่องนี้ไปจนหมดสิ้น และนอนหลับอย่างสบายอกสบายใจ จนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก็ตกใจตื่นด้วยเสียงร้องอย่างตกใจ
“เกิดอะไรขึ้น?” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างงัวเงีย
ฉิงเค่อเอ่ยว่า “คุณชายรองตื่นแล้ว มาคารวะท่านเจ้าค่ะ”
“คารวะข้าก็ไม่จำเป็นต้องร้องอย่างตกใจนี่นา!” เจียงเซี่ยนพึมพำ และให้ฉิงเค่อเชิญหลี่จี้ไปนั่งในห้องโถงสักพัก นางล้างหน้า บ้วนปาก เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งตัว แล้วไปที่ห้องโถง
หลี่จี้กับเด็กสาวแปลกหน้าราวกับไข่มุกและหยกกำลังจ้องตากัน โดยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือในห้องโถงของนางค