่องนี้กับหลี่เชียน
เขาเขียนสาส์นให้หลี่เชียน และแอบเรียกนกพิราบสื่อสารมา
ใครจะรู้ว่าเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเขายังไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ชีกูก็คืนนกพิราบสื่อสารตัวนั้นให้เขา แถมยังล้อเขาเล่นอย่างไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จว่า “ท่านหญิงบอกว่านกพิราบตัวนี้ดูดี เสียดายที่อยู่ระหว่างทาง ไม่อย่างนั้นตุ๋นแล้วกลับได้น้ำแกงดีหม้อหนึ่ง”
อวิ๋นหลินยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
ชีกูเอ่ยว่า “ท่านหญิงเชิญเจ้าไป”
อวิ๋นหลินรีบไปเช็ดหน้า ตั้งสติ และตามชีกูไปหาเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนกำลังกินข้าวเช้า พอเห็นอวิ๋นหลินก็เอ่ยว่า “หากข้าให้เจ้าอยู่รับประทานอาหารเช้า เจ้าต้องอึดอัดอย่างแน่นอน ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเจ้า จึงจำเป็นต้องรบกวนให้เจ้าเดี๋ยวกลับไปค่อยรับประทานอาหารเช้า ข้ารู้ว่าเจ้าเคารพนับถือท่านแม่ทัพ จึงเคารพนับถือข้าตามไปด้วย ข้าก็มีเรื่องให้เจ้าช่วยพอดีเช่นกัน ดังนั้นข้าจะบอกความจริงและไม่พูดจาอ้อมค้อม…” นางบอกเรื่องที่จะไปขอตำแหน่งขุนนางให้หลี่เชียนที่เมืองหลวงกับอวิ๋นหลิน และเอ่ยว่า “ท่านแม่ทัพกำลังทำอะไรอยู่ เจ้ารู้ดีกว่าข้า ข้าก็ไม่พูดมากแล้ว เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำให้เขาเสียสมาธิ และยิ่งสร้างปัญหาให้เขาไม่ได้