ความอัศจรรย์ร้ายแรงทั้งหลาย
ต่างก็หลุดออกไปพร้อมกับผิวนั้นทั้งหมด!
นี่คือวิชาลับที่เขาเตรียมไว้โดยเฉพาะ
หากลวี่หยางลงกระบี่ คลื่นแห่งเคราะห์กรรม จริง เขาจะใช้วิชานี้ ลอกผิวกายเพื่อรับเคราะห์แทน หลีกเลี่ยงพิษสงของกระบี่ ฟาดคลื่นสมุทร อย่างสิ้นเชิง…แต่ลวี่หยางกลับ “ไม่ยอมออกกระบี่”
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงตกอยู่ในสภาพถูกต้มน้ำร้อนช้าๆ จำต้องใช้วิชานี้ล่วงหน้า ทำให้ เผยไพ่ตายหมด เปลืองโดยไร้ผล
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคาใจอย่างลึกซึ้ง
‘เขารู้ได้อย่างไร?’
วิชาแห่งสุขาวดีมีนับไม่ถ้วน แต่ “เคล็ดเผากายบูชาพุทธ” บทนี้ เว่ยมอโถจุนเจ่อ ไม่เคยเผยให้ผู้ใดเห็นแม้แต่ครั้งเดียว
หากคิดตามเหตุผล ลวี่หยางไม่มีทางเตรียมรับมือไว้ได้เลย
‘หรือว่า…เขาคำนวณล่วงหน้าไว้?’
‘แต่เขาก็แค่เจินเหรินใหญ่จำแลง จะมีปัญญาคำนวณข้าได้อย่างไร? …เว้นแต่…’
‘เว้นแต่เขาจะมี “สมบัติเผยฟ้า” อยู่ในมือ…เช่นนั้น ข้ายิ่งหมดหวังเข้าไปใหญ่’
เว่ยมอโถจุนเจ่อรู้สึกหนักอึ้งในใจ และความจริง ก็เป็นดั่งที่เขากลัว
ลวี่หยางรู้ทันแผนของเขา ก็เพราะอาศัยความอัศจรรย์ “กระจ่างทะลุปรุโปร่ง” ของคลื่นแห่งเคราะห์กรรม
สามารถหยั่งรู้เหตุและผลในเงาแห่งกรรมได้ก่อนใคร ในวินาทีถัดมา เว่ยมอโถถอนหายใจอีกครั้ง มือประสานมุทรา
เบื้องหลังพลันปรากฏแสงเรืองรองนับไม่ถ้วน เงาเหล่า ภิกษุผู้สำเร็จฌาน
นั่งเรียงรายในอารามโบราณ ท่ามกลางป่าไผ่ธรรมะ พร้อมกันสวดมนต์ด้วยสุ้มเสีย