ทำไมตระกูลของพวกเขาเดี๋ยวก็แบบนี้ เดี๋ยวก็แบบนั้น ที่แท้คนที่มีความรู้ยังคงเป็นหัวหน้าตระกูล”
ก่อนหน้านี้เจียงเซี่ยนก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน พอได้ยินหลี่จี้เอ่ยแบบนี้ ถึงเข้าใจตามไปด้วย
นางเอ่ยว่า “หลังจากนั้นพวกเจ้าก็ลากอิฐกับกระเบื้องของตระกูลนั้นกลับมาหมดเลยหรือ?”
“ใช่แล้ว!” หลี่จี้เอ่ยอย่างระบายความโกรธว่า “อย่างที่พี่สะใภ้บอก แม้แต่ต้นไม้ในลานบ้านของพวกเขา ข้าก็ขุดกลับมาเช่นกัน พวกเขาก็รอวันไหนลมพัดฝนตกถล่มบ้านเถอะ!”
เจียงเซี่ยนหัวเราะ
หลี่จี้เอ่ยอย่างกลุ้มใจว่า “แต่ของพวกนั้นเหมือนฟืนผุจริงๆ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะวางไว้ไหนเลย!”
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าลองดูว่าในหมู่บ้านมีคนต้องการของพวกนั้นหรือไม่? หากมีคนต้องการ ก็มอบให้คนอื่นแล้วกัน หากไม่มีคนต้องการ ก็ลองถามคนหมู่บ้านใกล้ๆ ดูว่ามีคนต้องการหรือไม่ อย่าวางขวางหูขวางตาตรงนี้”
“ขอรับ!” หลี่จี้ขานรับอย่างอารมณ์ดี และถามถึงหลี่เชียน “ข้าทักทายพี่ใหญ่แล้วจะไปส่งของพวกนั้นให้คนอื่น”
“เห็นว่าท่านพี่หลี่หลินมา ทั้งสองคนคุยกันอยู่ในห้องหนังสือ” เจียงเซี่ยนเอ่ย
สีหน้าของหลี่จี้ฉายแววลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ยังยิ้มอย่างสดใส และเอ่ย