็แทงทั่วร่างของเว่ยมอโถจนปวดแสบ
เพียงพริบตา เว่ยมอโถก็บันดาลโทสะ
“เจ้ามาร! กล้าทำอหังการหรือ?”
เสียงคำรามนั้นทำให้ร่างเขาพลันขยายใหญ่ แผ่นหลังคลี่ออกด้วยแสงพุทธซ้อนทับเป็นชั้นๆ ป่าธรรมตั้งตระหง่าน ปรากฏสุขาวดีอันกว้างใหญ่ไพศาล
ถัดจากนั้น เพียงเห็นว่าสุขาวดีเบื้องหลังแผ่หมื่นลำแสงทองร่วงลงราวกับน้ำเคลือบตกใส่ร่างเว่ยมอโถจุนเจ่อ ทำให้ทั่วกายของเขาแปรเป็นทองคำฉาน พลันเปลี่ยนเป็นร่างทองคำสูงเทียมฟ้า องอาจสง่า
กายธรรมพระทองคำจินลี่!
เมื่อเว่ยมอโถเผยเคล็ดนี้ ลวี่หยางก็หรี่ตาลง พบว่าบนกายธรรมอันยิ่งใหญ่เบื้องหน้านั้น มีกลิ่นอายหนึ่งซึ่งคุ้นเคยยิ่ง
“เช่นเดียวกับข้า…ดึงปราณมาจากโลกหมื่นยุทธ?”
ลวี่หยางพลันนึกขึ้นได้ โลกหมื่นยุทธนั้นหาใช่แผ่นดินของนิกายศักดิ์สิทธิ์เพียงฝ่ายเดียว ครานั้นเมี่ยวอินเจินเหรินเคยเอ่ยว่า สุขาวดีเซิ่นเล่อเองก็เคยเข้าไปข้องแวะ
ใจคิดพลางเปลี่ยน ลวี่หยางกลับไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย
เขาเชื่อมั่นว่าในโลกหมื่นยุทธตนได้รับมากเพียงพอ แม้แต่เจินเหรินใหญ่ก็อาจมิใช่คู่เทียบ หากจะวัดกันที่กายธรรมแล้ว ใครชนะใครแพ้ยังมิอาจตัดสิน!
“โครม!”
ชั่วพริบตา กายธรรมทั้งสองก็พุ่งชนกันราวห่าฝนพสุธาพังทลาย ไฟมืดพวยพุ่ง แสงทองแตกสลาย เสียงกึกก้องสะท้านเวหา
ฉากนี้ทำให้เว่ยมอโถสีหน้าเคร่งขรึม เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่ากายธรรมของลวี่หยางจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ แต่เขายังไงก็เป็นจุนเจ่อของสุขาวดีเซิ่น