วง ซึ่งใต้เท้าติงนิ่งเงียบมาโดยตลอด แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างเย็นชาในใจ จนไม่สามารถคล้อยตามฮูหยินจวงได้ และเอ่ยอย่างเฉยชาว่า “ล้วนเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว พูดอีกก็ไม่มีความหมายอะไรเช่นกัน” แล้วเปลี่ยนเรื่องไปถามว่าฮูหยินติงจะอยู่ที่นี่กี่วัน “ถึงเวลานั้นพวกเราจะได้เชิญฮูหยินมาดื่มเหล้าสักถ้วย”
ฮูหยินติงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เกรงว่าจะต้องอยู่ที่นี่อีกสิบกว่าวัน” แล้วอธิบายถึงจุดประสงค์ที่ตนเองมาเอง “ข้ามาเพราะเรื่องแต่งงานของหวั่นเอ๋อร์…คนนั้นคนนี้ต่างมาคุยเรื่องแต่งงาน บางคนไม่เหมาะสมกันจริงๆ แต่ก็ไม่อาจล่วงเกินได้ จึงจำเป็นต้องอ้างว่าป่วยและมาพักผ่อน หลบพ้นช่วงนี้แล้วค่อยว่ากัน”
ฮูหยินเหอดีใจมาก รู้สึกว่านี่เป็นวาสนาของทั้งสองตระกูล หลังจากชมติงหวั่น ก็ปลอบใจฮูหยินติงเหมือนมีศัตรูร่วมกัน
ทว่าเจียงเซี่ยนกลับความรู้สึกไวและพบว่า วันที่ฮูหยินติงไปจากภูเขามังกรเมฆนั้นเป็นวันที่สองที่พวกเขาไปเฝินหยางพอดี
ก็หมายความว่า พวกเขาไปก่อนหนึ่งวัน ฮูหยินติงก็จะไปจากภูเขามังกรเมฆหลังหนึ่งวัน
แต่ฮูหยินติงจะอยู่ฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ภูเขามังกรเมฆ
นี่เป็นความบังเอิญหรือเป็นการจัดการด้วยฝีมือคน?
เจียงเซี่ย