เถอะ!”
หากไม่ใช่เพราะพวกนางสองคนมา เหอถงเหนียงก็ยังจะขังตนเองอยู่ในห้องต่อไปใช่หรือไม่?
เจียงเซี่ยนคิดพลางเข้าไปในห้องกับหลี่ตงจื้อ
ในห้องเก็บกวาดอย่างสะอาดเรียบร้อยมาก แต่เพราะบานประตูปิดสนิท จึงแลดูร้อนอบอ้าวมาก บวกกับในห้องไม่รู้ว่าจุดกำยานอะไร ทำให้คนเข้าไปแล้วกลิ่นคลุ้งมาก
แม่นมของเหอถงเหนียงรีบเปิดประตูทุกด้าน
ทว่าเหอถงเหนียงกลับประท้วงอย่างอ่อนแรงว่า “อย่าเปิดทั้งหมด แสงแดดนี้เจิดจ้า ส่องจนข้าเวียนศีรษะ”
เวียนศีรษะหรือไม่อยากเจอคน?
เจียงเซี่ยนดื่มชาอึกหนึ่ง เห็นหลี่ตงจื้อมองเหอถงเหนียงอย่างกังวลและหวาดกลัว ก็อดที่จะถอนหายใจในใจไม่ได้ จนกระทั่งผลไม้กับของว่างมาแล้ว จึงไล่คนรับใช้ในห้องออกไปหมด และเอ่ยกับเหอถงเหนียงด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ที่นี่ก็ไม่มีคนนอก เจ้ามีเรื่องอะไร สามารถบอกพวกเราได้ตรงๆ ต่อให้พวกเราช่วยอะไรเจ้าไม่ได้ เจ้าบ่นกับพวกเราสักนิด ก็จะสบายใจหน่อยเช่นกัน”
เหอถงเหนียงได้ยินแล้ว น้ำตาก็ร่วงลงมา
เจียงเซี่ยนยื่นผ้าเช็ดหน้าไป และผลักชาที่อยู่ใกล้มือนาง โดยไม่ถามอะไรอีก
“ขอบคุณ!” เหอถงเหนียงเอ่ยด้วยเสียงดังปนทุ้มต่ำ และเม้มปาก สุดท้ายก็ยังพูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจอ