บทที่ 279 จะปล่อยผ่านได้เยี่ยงไร!
เป็นดั่งที่ลวี่หยางคาดไว้ก่อนเข้าสมาธิ
เหล่าเจินเหรินของสามมหาอำนาจ สุขาวดีเซิ่นเล่อ, ราชสำนักเต๋า, และ นิกายกระบี่หยก ที่คอยสังเกตการณ์ศึกครั้งนี้ ล้วนเริ่มรู้สึกเสียใจแล้วในเวลานี้
“รู้เช่นนี้…ตอนแรกไม่ควรปล่อยให้มันสังหารอย่างบ้าคลั่ง!”
“เจ้ามารเจียงเป่ยนั่น ทั้งสมบัติเก็บวิญญาณกลั่นหุ่นของมัน ทั้งบรรพชนอสูรวิญญาณนั่น…มันยุ่งยากเกินไป! ปล่อยให้ซั่วฮ่วนฆ่ามันซะยังจะดีเสียกว่า!”
“แล้วตอนนี้จะทำอย่างไร?”
“หากเราลงมือเอง ก็ผิดกฎ ข้างฝ่ายมารอาจจะไม่คิดเอาเรื่อง แต่เรานั่นแหละได้เปรียบ ฝ่ายของซั่วฮ่วนก็ต้องยอมเสียผลประโยชน์…”
“ท่านเว่ยมอโถได้ลงมือแล้ว ยังจะทำอะไรได้อีก? เขาเคยเสียกายธรรมในแคว้นชิ่ง หากมิใช่เพราะเขาพิสูจน์สามธรรมแห่งสุขาวดี และมีโพธิสัตว์อารักษ์ไว้ ป่านนี้คงกลับมาไม่ได้แล้ว! การออกมือครั้งนี้…ย่อมเป็นคำสั่งจากโพธิสัตว์โดยตรง เราก็แค่ดูอยู่เฉยๆ พอ”
ณ ขอบเขตวางรากฐาน คลื่นกระแสจิตหลายสายติดต่อสื่อกันเงียบๆ
ในโลกความจริง ปรากฏแสงเรืองรองสีขาวดั่งดอกบัวลอยอยู่กลางเวหา บนดอกบัวนั้นมีร่างกายธรรมตนหนึ่งนั่งอยู่ มีมวยผมเนื้อ, ถือตราเวท, ครบสามสิบสองลักษณะอันวิเศษ
“อสูรลบหลู่สวรรค์! เหิมเกริมถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?”
เว่ยมอโถจุนเจ่อเปล่งเสียงกึกก้อง แสงพุทธะพวยพุ่งจากร่าง กระทบฟ้าทันที ขณะเดียวกันเขาก็ขยับสองมือ
ฝ่ามือหนึ่งฟาดใส่ลวี่หยาง
อีกฝ่ามื