ียงอย่างเดียว สู้ใช้โอกาสที่เปิดร้านขายยาบริจาคยาบริจาคเงินทำการกุศล สะสมชื่อเสียงให้นางหรือตระกูลหลี่ทีละเล็กทีละน้อยดีกว่า
ฉางเหริ่นตงผู้นี้ เป็นอย่างที่หมอหลวงเถียนบอกว่า เป็นเพียงหลานชายของตระกูลที่คบหากันมาหลายชั่วอายุคน และเป็นหมอธรรมดาที่ไม่ยอมเข้าสำนักหมอหลวงจริงๆ หรือ?
ทว่าฉางเหริ่นตงกลับเหมือนไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของเจียงเซี่ยน เขายิ้มพลางขอบคุณไป่เจี๋ยที่นำชามาให้เขา จิบชาอึกหนึ่งอย่างพอเป็นพิธี ก็ลุกขึ้นบอกลา
เจียงเซี่ยนสั่งให้ไป่เจี๋ยไปส่งเขา
พอเลิกม่านขึ้น ฉางเหริ่นตงก็เจอหลี่เชียนที่เพิ่งกลับมาพอดี
หลี่เชียนยิ้มพลางเอ่ยว่า “ท่านหมอฉางจะกลับแล้วหรือ? ร่างกายของท่านหญิงเป็นอย่างไรบ้าง? สบายดีหรือไม่?”
ฉางเหริ่นตงคารวะหลี่เชียนอย่างนอบน้อม และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านหญิงสบายดีทุกอย่างขอรับ ดีขึ้นกว่าตอนที่ข้าเพิ่งมาถึงเสียอีก”
“เช่นนั้นก็ดี!” หลี่เชียนยิ้มออกมาอย่างปลื้มใจ และคุยกับฉางเหริ่นตงอีกสองสามคำ ถึงจะเข้าห้อง
ตอนที่เจียงเซี่ยนได้ยินเสียงเขาก็เหยียบส้นรองเท้าและลงจากเตียงอุ่นแล้ว ตอนที่เห็นหลี่เชียนมองไปก็เห็นเขาท่าทางเหน็ดเหนื่อย จึงอดไม่ได้ที่จะกดเสียงให้เ