ฮูหยินของผู้บัญชาการหวังกลับเป็นคนจิตใจเมตตา เห็นเด็กสาวที่สวยอย่างคุณหนูสามตระกูลซือ ก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อนเล็กน้อย จึงออกมาไกล่เกลี่ย โดยยิ้มพลางเอ่ยกับเจียงเซี่ยนว่า “ท่านหญิงยังอายุไม่เท่าคุณหนูสามตระกูลซือใช่หรือไม่? สมกับเป็นผู้หญิงที่ไทฮองไทเฮาสอนมา หากพูดถึงพวกการวางตัวในสังคม คงทิ้งห่างพวกเด็กสาวที่เลี้ยงอยู่ในตระกูลของพวกเราไปไกลมาก จะว่าไป…ข้าก็อยากรู้ขึ้นมาเล็กน้อย ท่านหญิงคอยดูว่าไทฮองไทเฮาจัดการเรื่องในวังอย่างไรมาตั้งแต่เด็กหรือเปล่า?”
เจียงเซี่ยนไม่อยากทิ้งภาพจำที่ร้ายกาจเอาไว้ต่อหน้าทุกคน จึงปล่อยแม่ลูกสกุลซือไป และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไทฮองไทเฮาอายุมากแล้ว จึงไม่ยุ่งเรื่องจุกจิกในวังตั้งนานแล้ว มีอะไร นางกำนัลในวังก็เป็นคนจัดการหมด เรื่องพวกนี้ก็เป็นเพียงความรู้สึกที่คนธรรมดามีเท่านั้น”
เฉาไทเฮาไม่ถูกกับไทฮองไทเฮา ไทฮองไทเฮาจึงอ้างว่าเป็นหม้ายและไม่ยุ่งทุกเรื่อง เหล่าขุนนางใหญ่ในราชสำนักต่างก็รู้ ฮูหยินหวังถามคำถามแบบนี้ออกมาอย่างจริงใจ แสดงว่าปกติฮูหยินหวังก็ไม่ค่อยติดต่อกับสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงของตระกูลขุนนางเช่นกัน
เจียงเซี่ยนครุ่นคิด พลางยิ้มและเอ่ยกับแม่