่างกลับยังคงผอมสูงเช่นเดิม ผิวขาวผ่อง สายตาสดใส ดูแลอย่างดีมาก จนดูเหมือนอายุเพียงแค่สามสิบต้นๆ เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ยังคงรักษารูปร่างหน้าตาอันงดงามเอาไว้
นางยิ้มและทักทายเจียงเซี่ยน “อยากมาเยี่ยมท่านหญิงตั้งนานแล้ว คิดไม่ถึงว่าท่านหญิงจะแซงหน้าพวกเรา และส่งเทียบเชิญมาให้พวกเราก่อน ดูเหมือนพวกเราจะช้าไปก้าวหนึ่ง”
ฮูหยินติงเอ่ยพลางมองฮูหยินหลี่ครั้งหนึ่ง
ฮูหยินหลี่เป็นเฉวียนฝูเหรินของเจียงเซี่ยน ในบรรดาฮูหยิน นางสนิทกับเจียงเซี่ยนที่สุดแล้ว
“เวลานี้ท่านหญิงแต่งมาไท่หยวนแล้ว” นางรับช่วงต่อจากฮูหยินติงและเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ต่อไปมีโอกาสมากมาย ไว้อีกสองสามวันพวกเราเชิญท่านหญิงตอบก็ได้”
เจียงเซี่ยนขอบคุณและยิ้ม “ข้าอยู่ในเมืองหลวงก็ได้ยินว่าที่บ้านของใต้เท้าติงทำผัดหน่อไม้อร่อยมาก มีโอกาสต้องไปลองชิมอย่างแน่นอน”
ตระกูลติงก็เป็นคนเจียงซีเช่นกัน พวกเขาเรียนรู้ทั้งการวางตัวและการหาเลี้ยงชีพ เคยมีบรรพบุรุษเป็นราชเลขาธิการสองคน ลูกหลานออกมาเป็นขุนนางเยอะมาก จึงมีชื่อเสียงที่เมืองหลวงอยู่บ้างเช่นกัน
ทว่าเจียงเซี่ยนเติบโตในวัง แล้วก็เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนเจิ้นกั๋วกง รู้จักตระกูลติง แล้วยังรู้จักผัดหน่อไม