ก็แต่งงานกับขุนนาง อาถงของพวกเรามีอาของนางดูแลอยู่ ก็ไม่ต้องการลูกเขยที่ร่ำรวยและสูงศักดิ์มาก ไม่ว่าแต่งไปตระกูลไหนก็ไม่มีใครกล้าดูถูกนางอยู่ดี”
“แต่ใครจะรู้ว่าน้องสาวสามีของพวกเราคนนี้จะเป็นคนไม่เข้าสังคม”
“สามปีก่อนหลานชายของผู้นำตระกูลเหอก่อคดีฆาตกรรมและไปขอร้องถึงบ้าน กลับยังถูกตัดสินเนรเทศสามพันลี้ ไม่กี่วันผู้นำตระกูลก็สั่งลงมาว่า ครอบครัวของพวกเรามีลูกสาวแค่คนเดียว จะให้สายนี้ขาดทายาทไม่ได้ จำเป็นต้องรับลูกบุญธรรมเป็นทายาทคนหนึ่งจากในตระกูล พ่อของอาถงไม่ยอม จะแต่งลูกเขยเข้าบ้าน ปรากฏว่าแถวนี้ ไม่มีตระกูลไหนยอมแต่งเข้าสักตระกูล ข้ากับพ่อของนางไม่มีทางเลือก อยากขายทรัพย์สินส่วนหนึ่งไปพึ่งพาอาศัยพ่อสามีของท่านที่ฝูเจี้ยน ใครจะรู้ว่ากลับขายที่ดินไม่ออกแม้แต่หมู่เดียว จึงจำเป็นต้องให้อาคนหนึ่งในตระกูลเดียวกันเช่าที่นา และยืมเงินจำนวนหนึ่งไปฝูเจี้ยน…”
นางยังพูดไม่จบ ฮูหยินเหอก็ทั้งอายและโกรธแล้ว จึงไม่มีเวลาสนใจว่าเจียงเซี่ยนที่เป็นลูกสะใภ้ก็อยู่ด้วย และเอ่ยแทรกป้าเหอว่า “พี่สะใภ้ ท่านพูดแบบนี้ได้อย่างไร? ไม่ใช่ว่าข้าไม่ช่วยปู่เจ็ด แต่ตระกูลหลี่ช่วยไม่ได้จริงๆ! พวกเราอยู่ฝูเจี้ยน