่งแสงศักดิ์สิทธิ์เรืองรอง เด่นเป็นศูนย์กลางแห่งกองอสูรทั้งหมด ดวงตาทองคำเปล่งประกายดังเพลิงสะท้อนผิวน้ำรอบทิศ
นางคือ ราชันมังกรซุ่ยหลิง
ระดับพลังของนางไม่เท่าซุ่ยอิ๋ง มีเพียงวางรากฐานขั้นกลาง ควบแน่นได้เพียงวิชาเทพประจำตนบทหนึ่ง แต่ซุ่ยหลิงหาได้หลงตัวเอง นางเตรียมตัวมานานพร้อมสรรพ
ยามมองเหล่าทัพอสูรเรียงรายดั่งทะเลเหล็ก ซุ่ยหลิงก็หลับตาพริ้ม พึงใจนัก
“ไม่เสียแรงข้าเคี่ยวเข็ญทัพอสูรไว้เนิ่นนาน เพิ่งจะรวมพลได้ครบสำหรับตั้งค่ายอสูรสั่งสมุทรครานี้จะได้เผยความสามารถให้ประจักษ์!”
แม้นางอยากล้างแค้นให้ซุ่ยอิ๋ง หากก็รู้ว่าตนสู้พี่ชายมิได้ ฉะนั้นครั้งนี้เรียกได้ว่า ลงทุกอย่างที่มี
กองอสูรทั้งสิ้นสี่แสนเก้าหมื่น ขณะนี้รวมพลตั้งค่าย นางยืนอยู่กลางศูนย์กลางมั่นใจยิ่ง หากไม่ใช่เจินเหรินใหญ่ลงมือ นางย่อมปราบได้หมดสิ้น
“เสียดาย ข้ายังมีบารมีไม่พอ”
“หากพี่ชายข้าเป็นผู้เขียนราชโองการ เรียกระดมเหล่าอสูรทั้งวังได้ครบล้าน กระทั่งเจินเหรินใหญ่ก็อาจจะมีหวังล้ม!”
นอกเหนือจากนั้น ซุ่ยหลิงยังมีแผนลับ
ครานี้ นอกจากล้างแค้นให้ซุ่ยอิ๋ง ยังถือเป็นโอกาสสะท้อนฝีมือตน ให้จ้าวราชันมังกรสนใจ เพื่อไต่เต้าในวังมังกรให้ไกลยิ่งขึ้น
ในขณะนั้นเอง อสูรทหารผู้หนึ่งมารายงาน:
“ทูลองค์หญิงขอรับ นอกค่ายมีกลุ่มนักบวชมา กล่าวว่าขอเข้าไปยังภูผา”
ซุ่ยหลิงฟังแล้วก็เลิกคิ้ว:
“นักบวช? พวกเขามาทำไม? อย่าบอกนะว่ามาชวนศิษย์วังมังกรไป สุ