ยอย่างโมโหว่า “เห็นไหม? หากเจ้ากล้าทำไม่ดีกับข้า ข้าจะให้ไทฮองไทเฮาจัดการงานของเจ้าทันที”
หลี่เชียนก็ฉวยโอกาสกอดเจียงเซี่ยน แล้วแกล้งทำเป็นกลัวพลางขอร้องอย่างโศกเศร้ามากว่า “ท่านหญิง ข้าจะเชื่อฟังท่านอย่างแน่นอน ท่านให้ไปทางตะวันออกข้าไม่กล้าไปทางตะวันตก ท่านให้ไปทางเหนือข้าไม่กล้าไปทางใต้อย่างเด็ดขาด ขอให้ท่านช่วยพูดให้ข้าต่อหน้าไทฮองไทเฮาหน่อยว่า อย่าจัดการงานของข้าเลย ข้ายังต้องเลี้ยงภรรยาและลูก! ท่านคงไม่รู้ว่า ภรรยาของข้านั้นร้ายมากทีเดียว กินองุ่นยังต้องคายเปลือก กินแตงหวานยังต้องคายเมล็ด หากไม่มีฐานะสักหน่อย คงเลี้ยงนางไม่ไหว…”
“เจ้าคนสารเลว!” เจียงเซี่ยนยิ้มพลางผลักเขา
แต่กลับถูกเขากอดแน่นกว่าเดิม
เจียงเซี่ยนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง
ท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้น หลี่เชียนจูบริมฝีปากของเจียงเซี่ยนอย่างแนบแน่น
จนกระทั่งฉิงเค่อมาถามพวกเขาว่าอาหารเย็นจะตั้งที่ไหน ทั้งสองคนถึงจะนั่งลงอ่านจดหมายด้วยกันอีกครั้งบนเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่าง
จดหมายฉบับที่สองเป็นของฮูหยินฝาง สิ่งที่ถามคล้ายกับไทฮองไทเฮา เพียงแต่ค่อนข้างอ้อมค้อม สุดท้ายให้นางมีเรื่องอะไรก็ส่งข่าวกับที่บ้านทางจดหมา