ตั้งใจเรียนวิชาดาบที่ในกองทัพใช้สำหรับลงสนามรบทำสงครามสังหารศัตรูก็พอแล้ว ข้าคิดว่าเขาก็พูดมีเหตุผลมากทีเดียว และข้าก็ไม่อยากไปมาหาสู่กับคนพวกนี้มากเกินไปด้วย จึงไม่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของเขา แต่เขาคนนี้ก็ใช้ได้ทีเดียว เขาบอกมวยภายในชุดหนึ่งกับข้า ใช้สำหรับบำรุงร่างกายและฝึกปรานได้ผลมาก ดังนั้นกำลังของข้าจึงเพิ่มขึ้นไม่น้อย…”
มีกำลังมากแล้วก็ใช้ดาบได้อย่างมีพลัง ลงสนามรบทำสงครามสังหารศัตรูก็มีโอกาสที่จะชนะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าหนีมาแบบนี้แล้ว อาจารย์ท่านนั้นจะไม่โกรธหรือ? เจ้าว่าพวกเราต้องเตรียมของขวัญส่งไปสักชุดหรือไม่ ไม่ว่าอย่างไร ตอนนั้นเขาก็มีบุญคุณที่สั่งสอนเจ้าเช่นกัน”
“ของนั้นข้าส่งไปตั้งนานแล้ว” หลี่เชียนยิ้ม หางตาเห็นพวก ‘หัวหน้าขันทีซือหลี่เจียน’ ‘เสนาบดีกรมขุนนาง’ ‘เสนาบดีกรมโยธา’ ที่เขียนอยู่บนโต๊ะอุ่นแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มพลางเอ่ยว่า “นี่เจ้าจะทำอะไร? เวลานี้ยุบตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและเปลี่ยนเป็นราชเลขาธิการแห่งสำนักราชเลขาธิการไปตั้งนานแล้ว…เจ้าจะแก้สักหน่อยหรือไม่?” เขาชี้ตรงที่เขียนว่าอัครมหาเสนาบดี และเอ่ยอีกว่า “นี่เจ้ากำลังวาดแผนผังการ