อย่างไรเขาก็ไม่อาจถามลูกชายว่าตนเองผิดตรงไหนกันแน่ต่อหน้าลูกสะใภ้ได้กระมัง?
ส่วนคนสกุลเหอ...ต่อให้นางรู้ เวลานี้เขาถามนาง ก็เกรงว่านางจะตะโกนออกมาเช่นกัน เขาไม่ถามดีกว่า!
หลี่ฉางชิงครุ่นคิด และตัดสินใจว่าจะวางตัวเยือกเย็น จึงเอ่ยกับหลี่เชียนว่า “เช่นนั้นเจ้าก็รีบไปเร่งทุกคนมา! ทำไมกินข้าวก็ไม่ใส่ใจ”
หลี่เชียนยิ้มและไปสั่งหญิงรับใช้
ส่วนเจียงเซี่ยนลุกขึ้นเอ่ยว่า “ข้าจะไปดูหน่อยว่าอาหารทำไปถึงไหนแล้ว?” นางเอ่ยจบก็เดินออกไปทันที โดยไม่รอให้คนสกุลเหอพูด
ฮูหยินเหอเห็นในห้องไม่มีคนแล้ว ก็อดที่จะบ่นไม่ได้ว่า “พ่อสามีบ้านไหนกินข้าวโต๊ะเดียวกับลูกสะใภ้ ยังดีที่ท่านหญิงไม่รู้ธรรมเนียมของตระกูลเรา ให้ข้าไปเรียกตงจื้อมา เดี๋ยวตงจื้อมาแล้ว ข้ากับท่านหญิงและตงจื้อจะไปรับประทานอาหารที่ห้องด้านใน ท่านกับพวกคุณชายใหญ่และคุณชายรองก็รับประทานอาหารที่ห้องด้านนอก”
หน้าของหลี่ฉางชิงขึ้นสีแดงก่ำทันที และพูดไม่ออก
เพราะเขาไม่คุมเรื่องของเรือนด้านใน จึงเคยผิดพลาดไม่น้อย เมื่อก่อนฮูหยินเหอก็เคยว่าเขาไม่น้อยเช่นกัน แต่เรื่องราวผ่านไปแล้วก็แล้วกันไป ทว่าครั้งนี้เขาเสียหน้าต่อหน้าลูกสะใภ้ที่แต่งเข้ามาใหม