เจียงเซี่ยนอดที่จะเป็นห่วงหลี่ฉางชิงมากไม่ได้
เขาเพิ่งจะสั่งสอนภรรยาจบ หญิงรับใช้ในบ้านก็สามารถสืบข่าวได้แล้ว และสั่งสอนอะไรบ้างก็รู้หมด…นึกถึงตอนที่นางอยู่ในวัง ไม่ต้องพูดถึงว่าเหล่าชนชั้นสูงพูดอะไรบ้าง กระทั่งตอนเที่ยงกินอะไรไปบ้างนั้นก็สืบไม่ได้ด้วยซ้ำ หากใครปิดบังแม้แต่เรื่องพวกนี้ของตนเองไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิที่จะใช้ชีวิตอยู่ในวังต่อไปเช่นกัน
เรือนด้านหลังของตระกูลหลี่กลายเป็นกระด้งไปตั้งนานแล้วกระมัง?!
ทว่าถึงตอนที่รับประทานอาหารเย็น นางกลับได้เจอฮูหยินเหอที่ว่ากันว่าถูก ‘กักบริเวณ’
ฮูหยินเหอยิ้มให้นางอย่างฝืนใจมาก หน้าตายากที่จะปิดบังความเหนื่อยล้าอันล้ำลึกและความกระอักกระอ่วนอันเบาบางได้
จะเห็นได้ว่าต่อให้ฮูหยินเหอไม่ถูกกักบริเวณ ก็ใช้ชีวิตไม่ค่อยสุขสบายนักเช่นกัน
นี่ทำให้เจียงเซี่ยนนึกถึงเหล่าสนมที่ถูกเซี่ยวจงกับฮ่องเต้องค์ก่อนเมินเฉย และนับวันเวลาทุกวันอย่างไร้ความหวัง
นางยิ้มให้ฮูหยินเหออย่างหวังดี
ฮูหยินเหอน้ำตาคลอเบ้าในทันใด นางหันหน้าไปอย่างเร็วมาก และสั่งสาวใช้ที่สวมเสื้อกั๊กยาวผ้าไหมหังไม่มีลายสีเขียวขจีคนหนึ่งข้างกายว่า “เสี่ยวฮุ่ย ให้พวกแม่นมเฉิงนำอาหารมาเถอะ!”
สาวใช้ที่ชื่อเสี่ยวฮุ่ยคารวะอย่างนอบน้อม และถอยออกไป
ฮูหยินเหอก็เอ่ยกับเจียงเซี่ยนว่า “ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านชอบกินอะไร ข้าจึงให้คนครัวต่างทำอาหารที่พวกเขาถนัดมาคนละอย่าง ท่านค่อยๆ ชิม หากรู้สึกว่าอร่อยก็จำ