ารอบรมสั่งสอนบอกนางว่า นางไม่สามารถวางตะเกียบของตนเองลงก่อนฮูหยินเหอได้ จึงให้จุ้ยเอ๋อร์ตักน้ำแกงให้นาง ค่อยๆ ดื่ม พลางรอฮูหยินเหอ
หางตาของนางแฉลบผ่านหลี่ตงจื้อไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
หลี่ตงจื้อก็กำลังดื่มน้ำแกงเช่นกัน
นางเม้มปากและดึงหน้า เหมือนกำลังไม่สบอารมณ์
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าน่าสนใจมาก จึงยิ้มพลางมองนาง
ตอนแรกนางยังใช้ตะเกียบจิ้มชิ้นไก่ในถ้วยอย่างโกรธจัด ทว่าตอนที่นางรู้ว่าเจียงเซี่ยนกำลังมองนางอยู่ หน้าของนางก็แดงก่ำทันที เหมือนไม่รู้ว่าจะจับตะเกียบอย่างไรด้วยซ้ำ คีบอาหารอย่างหนึ่งก็ต้องคีบหลายครั้ง และก้มหน้ากินแต่อาหารที่อยู่ตรงหน้าตนเองอย่างเขินอายและขี้ขลาดมาก
ทำให้เจียงเซี่ยนนึกถึงผักกระเฉดที่นางปลูกตอนเด็กๆ
น้องสาวของหลี่เชียนคนนี้น่าสนใจมากทีเดียว
ความคิดแล่นผ่านไปในสมองของเจียงเซี่ยน นางอดไม่ได้ที่จะนั่งตัวตรงและยื่นคอมองออกไปข้างนอก
ห้องด้านนอก หลี่ฉางชิงกับเหล่าลูกชายของเขากำลังกินข้าวด้วยกัน
ตอนที่แม่แท้ๆ ของหลี่เชียนยังมีชีวิตอยู่ สิ่งที่หลี่ฉางชิงชอบที่สุดก็คือนั่งข้างโต๊ะและคุยเล่นกับภรรยาและลูกชายไปพลาง กินข้าวไปพลาง ทว่าเวลานี้พวกเขาต่างต้องรักษามารยาท ตอนที่กินข้าวห้ามพูด แม้แต่ดื่มน้ำแกงก็ไม่อนุญาตให้ส่งเสียงออกมา
เขาไม่ชินเป็นอย่างมาก
แต่พอนึกถึงท่านหญิงเจียหนานที่อยู่หลังฉากกั้น เขาก็ยังอดทนได้
ทว่าเจียงเซี่ยนกลับไม่อยากอดทน
แบบนี้คนในครอบครัวกินข้าวด้วยกันก็ไ