และเตือนนางอีกพักหนึ่งว่า “แม้จะถือสามีเป็นสำคัญ แต่ก็ไม่สามารถทำตามสามีได้ทุกเรื่องจนทำให้ตนเองเจ็บช้ำเช่นกัน”
เจียงเซี่ยนรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเป็นห่วงนาง จึงฟังอย่างอดทน และยิ้มพลางพยักหน้าติดกันหลายครั้ง
ฮูหยินฉีถึงจะปล่อยพี่น้องสกุลฉีเข้ามา
สองพี่น้องเจอนางก็วางตัวสนิทสนมและเป็นมิตรเป็นพิเศษ เล่าความคึกคักของงานแต่งงานให้นางฟังอย่างจ้อกแจ้กจอแจว่า พวกนางดูงิ้วเรื่องไหนบ้าง กินอะไรบ้าง และเจอใคร…เหมือนไปดูงานวัด เล่าอย่างถึงอกถึงใจมาก
เจียงเซี่ยนยิ้มตลอด
สองพี่น้องก็ขอให้เจียงเซี่ยนชวนพวกนางมาเที่ยวที่ไท่หยวนในอีกไม่กี่วัน “คึกคักกว่าต้าถงมากเลย พวกเพื่อนของคุณหนูจินต่างก็เปิดเผยตรงไปตรงมามากเช่นกัน พวกเราเข้ากันได้ไม่เลว”
ฮูหยินฉีทำลายความกระตือรือร้นของลูกสาวทั้งสองว่า “ข้าว่าไม่ใช่เพราะไท่หยวนเจริญรุ่งเรืองกว่าต้าถงหรอก แต่เพราะที่นี่ไม่มีคนคุมพวกเจ้ากระมัง?”
สองพี่น้องก็เกาะติดฮูหยินฉีและออดอ้อน ต้องให้ฮูหยินฉีตกปากรับคำต่อไปพวกนางจะได้มาเป็นแขกที่ไท่หยวนบ่อยๆ
เจียงเซี่ยนเป็นคนมาสองชาติก็ไม่เคยเสวยสุขกับช่วงเวลาที่เล่นตามอำเภอใจแบบนี้เช่นกัน นางดูอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกดีใจแทนพวกนาง
—
ทว่าในห้องหนังสือนั้น หลี่เชียนกำลังคุยเรื่องของตระกูลเซ่ากับเจียงลวี่ “…เพราะไม่รู้ว่าท่านลุงคิดอย่างไร ข้าก็ไม่อาจพูดเรื่องนี้ได้มากนักเช่นกัน แค่ถ่ายทอดคำพูดให้ใต้เท้าเซ่าเท่านั้น ส่วนต้องทำอย่างไร