นั้น ข้าจะรอข่าวจากท่านลุงและท่านพี่”
คิ้วของเจียงลวี่ขมวดเป็นตัวอักษรชวน และถามหลี่เชียนว่า “เจ้าไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกประหลาดมากอย่างนั้นหรือ? เซ่ารุ่ยมาร่วมงานแต่งงานของเจ้า สุดท้ายกลับมีคนใช้กำลังฝ่าด่านอวี๋หลิน…ข้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีทางที่จะแล้วกันไปแบบนี้! เซ่ารุ่ยล่วงเกินใครหรือเปล่า? เขาเก็บสี่ในสิบที่ด่านอวี๋หลินมานานขนาดนี้แล้ว กลับไม่มีคนกล่าวโทษเขา จะเห็นได้ว่าเขาจัดการความสัมพันธ์ของทั้งหน่วยงานเรียบร้อยหมดแล้ว เกิดข้อผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่า? หากไม่สืบเรื่องราวให้แน่ชัด ไม่ว่าจะท่านพ่อหรือข้าก็ไม่อาจมอบความเชื่อมั่นให้เขาได้ทั้งนั้น”
เขาเอ่ยแบบนี้ แสดงว่าสนใจเรื่องภาษีที่เก็บสี่ในสิบของด่านอวี๋หลิน
หลี่เชียนไอเบาๆ อย่างลำบากใจเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ท่านพี่แค่อยากฉวยโอกาสเอาของคนอื่นไปหรือว่าอยากเก็บตระกูลเซ่าเอาไว้?”
ฉวยโอกาสเอาของคนอื่นไปก็คือหาเงินจากตระกูลเซ่าสักก้อน เก็บเอาไว้ก็คือบดขยี้และแบ่งสัดส่วนกับตระกูลเซ่า และต้องแบ่งก้อนใหญ่ จนกระทั่งเข้าแทนที่
เจียงลวี่มองท่าทางของหลี่เชียน จู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ คิดว่าหลี่เชียนกล้าลักพาตัวแม้แต่เจียงเซี่ยน ความคิดที่ใจกล้าความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสมองของเขาทันที
เขามองหลี่เชียน พลางครุ่นคิดและเอ่ยว่า “เรื่องนี้…คงจะไม่ได้เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่?”
หลี่เชียนไม่คิดที่จะปิดบังเจียงลวี่
ในเมื่อเขาอยากแทนที่ตระกูล