ครหลักหลายตัวของคณะงิ้วนั้นต่างถูกคนฆ่าหมดแล้ว
นางรู้ว่านี่เป็นฝีมือของหลี่เชียนโดยไม่ได้คิดด้วยซ้ำ
พอเรียกเขาเข้าวังมาซักถาม เขายังเอ่ยอย่างคิดว่าตนเองมีเหตุผลเพียงพอว่าหลังจากนักแสดงพวกนั้นออกจากวังก็ใช้นามของนางหลอกลวงคนข้างนอก เจียงลวี่ไม่จัดการ เขาจัดการเอง…ทำให้นางโกรธแทบตาย
ทว่าใครจะรู้ว่าเจ้าหมอนั่นกลับยังคงทำหน้าเย็นชาและซักไซ้นางเช่นเดิมว่าหลายวันนี้ทำไมจู่ๆ ถึงหลงใหลการดูงิ้ว…ช่วงนั้นนางเห็นเขาแล้วก็รู้สึกปวดศีรษะ
หลี่เชียนสนใจสมมติฐานเมื่อครู่ของนางขนาดนี้ ก็จะต้องถามจนถึงที่สุดเหมือนที่นางเรียกนักแสดงเข้ามาแสดงงิ้วในวังเช่นกันอย่างแน่นอน
เจียงเซี่ยนจำเป็นต้องเอ่ยว่า “ข้าเห็นว่าไม่ว่าข้าจะไปที่ไหน ก็มักจะมีคนของเจ้าอยู่ข้างกายเสมอ จึงคิดว่าหากข้าเข้าวังไปเป็นฮองเฮา จะต้องไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นถึงได้ลองถามเจ้า!”
นางเอ่ยอย่างเป็นธรรมชาติและตรงไปตรงมา แม้แต่นางก็ไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าสิ่งที่นางเอ่ยนั้นคลุมเครือแค่ไหน กระทั่งแฝงการปลอบโยน เอาใจ และไกล่เกลี่ยความขัดแย้งเพื่อให้เรื่องราวสงบลงเล็กน้อย
แต่หลี่เชียนกลับฟังออก เขารู้สึกดีใจอย่างถึงที่สุดทันที เขากอดเจียงเซี่ยนพลางเรียกว่า “เป่าหนิง” ไม่หยุด และรัดเจียงเซี่ยนแน่นจนหายใจไม่ค่อยออก
เจียงเซี่ยนผลักเขาติดกันหลายครั้ง และเอ่ยว่า “นี่เจ้าทำอะไรน่ะ? ข้าจะหายใจไม่ออกแล้ว”
หลี่เชียนรีบปล่อยนาง ทว่าดวงตาที่มองนางกลั